ขสมก.ย้ำเตือนผู้โดยสารนั่ง-ยืนจุดที่กำหนด เผยหากคนเต็มรถ พนง.จะติดป้ายให้ใช้บริการคันถัดไป

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มีการกำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท)และจุดยืนภายในรถโดยสาร ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distancing) ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องนั่งและยืนบนจุดที่กำหนดอย่างเคร่งครัด กรณีบนรถมีผู้ใช้บริการเต็ม จะต้องใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป เพื่อลดความแออัดภายในรถโดยสาร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ได้ทวีความรุนเเรงเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ ซึ่ง ขสมก. ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด อาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานประจำรถก่อนปฏิบัติหน้าที่ การฉีดพ่นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % ภายในรถโดยสาร ก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ

นายสุระชัยกล่าวว่า ขสมก.ได้มีการกำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนภายในรถโดยสาร ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ซึ่งการกำหนดจุดนั่งและจุดยืนดังกล่าว สอดรับกับประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง “มาตรการปฏิบัติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 สำหรับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ รถยนต์สาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสาร พนักงานขับรถ ผู้บริการและผู้โดยสาร” โดยให้ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ จัดที่นั่งภายในรถโดยสารไม่ให้เกินร้อยละ 70 ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด เพื่อลดความแออัดภายในรถโดยสาร ดังนั้น ผู้ใช้บริการทุกท่าน จะต้องนั่งและยืนบนจุดที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

อ่านข่าว : ขนส่งทางบก ยกระดับทุกมาตรการ รถเมล์นั่งที่เว้นที่ ขอผู้ประกอบการปรับลดให้บริการ 5 ทุ่มถึงตี 4

นายสุระชัยกล่าวต่อว่า กรณีบนรถมีผู้ใช้บริการเต็ม พนักงานเก็บค่าโดยสารจะติดป้ายข้อความ “รถคันนี้ผู้ใช้บริการเต็ม โปรดใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป” บริเวณกระจกด้านหน้ารถโดยสาร พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป ทั้งนี้ ขสมก. ได้กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้

ด้านพนักงานประจำรถ

1.ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้งก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร หากตรวจพบว่าพนักงานมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่และให้รีบไปพบแพทย์ทันที

2.กำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร

3.ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร กรณีผู้ใช้บริการบนรถเต็ม จะต้องใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

ด้านรถโดยสารประจำทาง

1.เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายใน รถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือบริเวณประตูทางขึ้น

3.กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนภายในรถโดยสาร

4.ติดตั้ง QR Code แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ”บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้าง ภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือน ผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการ มีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์

5.ติดตั้ง QR Code แอพพลิเคชั่น “หมอชนะ”บริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ในการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าว

6.ติดตั้งป้ายข้อความ “เหลือรถอีก 2 คันสุดท้าย” “เหลือรถอีก 1 คันสุดท้าย” “รถคันสุดท้าย”บริเวณกระจกด้านหน้ารถโดยสารที่วิ่งให้บริการ 3 คันสุดท้ายในแต่ละวัน

ด้านผู้ใช้บริการ

1.ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร

2.ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น

3.เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกน QR Code แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” บนรถโดยสาร เพื่อเช็คอินเมื่อขึ้นรถ และเช็คเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก.ทุกประเภท ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าว สามารถเช็กอิน-เช็กเอาต์โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร

4.เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” เพื่อตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID1-9) และลงทะเบียน

5.ผู้ใช้บริการจะต้องนั่งบนเบาะที่กำหนด (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และยืนบนจุดที่กำหนด หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร กรณีผู้ใช้บริการบนรถเต็ม จะต้องใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

6.ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด

7.ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ ชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต-เครดิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโมบายแบงก์กิง เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon