หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทย-อียู ลงนา...

ไทย-อียู ลงนามความตกลงจัดสรรโควต้าภาษี หลังเบร็กซิทมีผลบังคับใช้

10.05.21 | 16:41 น.

ไทย-อียู ลงนามความตกลงจัดสรรโควต้าภาษี หลังเบร็กซิทมีผลบังคับใช้

นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก กล่าวว่า ได้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทย ลงนามความตกลงระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการจัดสรรปริมาณสินค้าที่มีโควต้าภาษีของสหภาพยุโรปภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ที่เป็นผลการเจรจารองรับการออกจากสหภาพฯ ของสหราชอาณาจักร (หรือ Brexit) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม โดยฝ่ายสหภาพยุโรป มีนาย Jos Fernando Costa Pereira เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรโปรตุเกสประจำคณะกรรมาธิการการเมืองและความมั่นคง สำนักงานประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป เป็นผู้แทน และมีนายเสข วรรณเมธี เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ ภายหลังจากการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป (Brexit) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ส่งผลให้สหภาพยุโรปต้องแก้ไขตารางข้อผูกพันภาษีภายใต้ WTO รวมถึงตารางปริมาณโควต้าของสินค้าโควต้าภาษีที่ไทยได้รับจากสหภาพยุโรป 27 ประเทศ (โดยไม่รวมอังกฤษ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและประมง กระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการเจรจากับทั้งสองประเทศพร้อมกันมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเป้าหมายสำคัญคือ ให้สิทธิประโยชน์โดยรวมของผู้ส่งออกไทยไม่น้อยไปกว่าที่เคยได้รับก่อนหน้าที่จะมีการถอนตัวของอังกฤษ กล่าวคือปริมาณโควต้าที่ไทยได้รับจากสหภาพฯ 27 ประเทศ รวมกับปริมาณโควต้าที่ไทยได้รับจากอังกฤษ จะยังคงเท่ากับปริมาณโควต้าของสินค้าโควต้าภาษีเดิมที่ไทยเคยได้รับจากสหภาพยุโรป 28 ประเทศ

การเจรจาทั้งสองส่วนบรรลุความสำเร็จเมื่อเดือนกันยายน 2563 โดยไทยกับอังกฤษได้ลงนามย่อในหนังสือแลกเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 เพื่อให้ทันมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มกราคม 2564 อันเป็นวันที่อังกฤษออกจากสหภาพฯอย่างเป็นทางการ ส่วนผลการเจรจากับสหภาพฯ เป็นเอกสารที่ลงนามในครั้งนี้ ซึ่งสหภาพฯจะต้องไปดำเนินกระบวนการภายในก่อนที่จะมีหนังสือแจ้งไทยเพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับต่อไป คาดว่าจะเป็นประมาณเดือนมิถุนายน ศกนี้

Advertisement

“การลงนามความตกลง TRQ กับสหภาพยุโรปในวันนี้ เป็นการสรุปการแบ่งโควต้าภาษีสินค้าเกษตรและประมงของไทยที่ส่งออกไปอียูและอังกฤษ โดยไทยจะได้โควต้าเท่าเดิมในภาพรวม แต่ผู้ส่งออกจะต้องเช็กว่าโควต้าไปอียูเป็นจำนวนเท่าไหร่ ไปอังกฤษเป็นจำนวนเท่าไหร่ เช่น โควต้าไก่บางรายการอาจแบ่งไปให้อังกฤษมากกว่าอียู ส่วนโควต้าข้าวบางรายการอาจจะอยู่ที่อียูมากกว่าอังกฤษ เป็นต้น ส่วนอัตราภาษีจะยังเป็นอัตราเดิม ซึ่งเมื่อความตกลงมีผลใช้บังคับแล้วจะช่วยให้การส่งออกสินค้าไทยหลายรายการที่สำคัญไปทั้งสองประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยสินค้าในรายการที่ลงนามวันนี้ จำนวน 28 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าข้าว สัตว์ปีก และสินค้าประมง โดยไทยยังคงรักษาสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับก่อนที่จะมี Brexit ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณโควต้าเดิมที่สหภาพยุโรปจัดสรรให้ไทยเป็นการเฉพาะ อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก (เป็ดและไก่) และปลา ซึ่งผู้นำเข้าสินค้าจากไทยภายใต้ปริมาณโควต้านี้จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำ ส่วนรายการอื่นๆ จะมีที่เป็นโควต้ารวมให้ทุกประเทศ (global quota) ซึ่งไทยต้องไปยื่นขอโควต้าแข่งกับประเทศอื่นต่อไป” นางพิมพ์ชนกกล่าว

นางพิมพ์ชนกกล่าวต่อว่า ผลการเจรจากับทั้งสหภาพฯ และอังกฤษในกรอบของ WTO นั้น เป็นการเจรจาเฉพาะการแบ่งปริมาณอย่างเดียว ไม่รวมการลดภาษี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายให้มีการเจรจาจัดทำความตกลง FTA ระหว่างไทย-สหภาพฯ และไทย-อังกฤษ ในเร็วๆ นี้ ซึ่งคงจะมีการเจรจาทั้งขอเพิ่มโควต้าและลดภาษีสินค้าเกษตรและประมงต่อไป เพื่อให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทยได้รับประโยชน์จาก FTA ให้มากที่สุด

ในช่วงปี 2560-2563 การค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปมีมูลค่าเฉลี่ย 1,400,178 ล้านบาทต่อปี โดยไทยนำเข้าจากสหภาพยุโรปเฉลี่ย 656,084 ล้านบาทต่อปี และส่งออกไปยังสหภาพยุโรปเฉลี่ย 744,094 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นการส่งออกสินค้าโควต้าภาษีมูลค่าเฉลี่ย 50,453 ล้านบาทต่อปี สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังสหภาพยุโรป อาทิ สินค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก (ไก่และเป็ด) ข้าว มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ และปลาปรุงแต่ง เป็นต้น