หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : ความพร้อมไม่เท่ากัน

11.05.21 | 11:33 น.
จอดป้ายประชาชื่น : ความพร้อมไม่เท่ากัน การระบาดโควิด-19 ระลอก 3

จอดป้ายประชาชื่น : ความพร้อมไม่เท่ากัน

การระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ถือว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับประชาชน และผู้ประกอบการหลายภาคส่วนโดยเฉพาะธุรกิจบริการ เนื่องจากรัฐบาลได้สั่งปิดธุรกิจหลายประเทศ อาทิ นวดสปา ร้านทำเล็บ รวมถึงการห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร ทำให้รายได้ของพ่อค้าแม่ค้าหายไป เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการระบาดโควิดได้ คนส่วนใหญ่จึงเน้นทำงานที่บ้าน การซื้อของอุปโภคบริโภค เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้ให้บริการที่มีอยู่หลากหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งช่องทางออนไลน์นี้ ได้เข้ามากินส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านรายได้รวมของพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าผ่านหน้าร้านเท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงและขายสินค้าของตัวเองผ่านออนไลน์ได้

เมื่อรัฐบาลสั่งห้ามไม่ให้นั่งรับประทานอาหารที่ร้าน บวกกับขอให้งดออกนอกเคหสถาน และเดินทางข้ามจังหวัด หากไม่มีเหตุจำเป็น ส่งผลให้การเดินทางหยุดชะงักลง รายได้ของธุรกิจที่รองรับการให้บริการต่างๆ ชะงักตามไปด้วย ทั้งร้านอาหาร นวดสปา โรงแรมที่พัก รถขนส่งสาธารณะ ทัวร์นำเที่ยว และอื่นๆ

จึงเห็นเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการผ่านทุกช่องทาง ทั้งโทรศัพท์ สิ่งพิมพ์ หรือออนไลน์ โดยเรื่องสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้คือ การหามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาภาคธุรกิจ เนื่องจากได้รับผลกระทบตั้งแต่โควิดระบาดรอบ 1-2 ที่ผ่านมา ความเสียหายยังไม่ทันถูกชดเชย ก็ได้รับผลกระทบซ้ำอีกรอบ

รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหามาตรการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถพยุงตัวเองผ่านวิกฤตให้ได้ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการระบาดโควิดรอบแรก ประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ในโลก ซึ่งผ่านมากว่า 1 ปี ต่างคาดหวังว่ารัฐบาลจะศึกษาและเรียนรู้จากการระบาดรอบแรก ไปพร้อมกับการเตรียมรับมือการระบาดรอบใหม่ ให้สมกับที่เคยมีประสบการณ์มาแล้ว แต่ภาพที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ต่ำกว่าคาดไว้

Advertisement

ข้อมูล สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ระบุว่า มีการจัดหางบประมาณเตรียมไว้แล้วกว่า 703,841 ล้านบาท และย้ำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า การบริหารหนี้สาธารณะได้มีการดำเนินการอย่างรอบคอบ ครบถ้วน และถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ

จึงยืนยันได้ว่า คลังยังมีแหล่งเงินและเครื่องมือการกู้เงินเพียงพอในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

หากแต่เรายังไม่เห็นว่า ความพร้อมที่ยืนยัน “ว่าพร้อม”จะออกมาเยียวยาประชาชนและธุรกิจ ให้ฟื้นพิษโควิดได้อย่างไร