‘ททท.’ เล็งจัดโปรแจกตั๋วเครื่องบินดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไทย

‘ททท.’ ปักธง 1 ก.ค. เปิด ‘ภูเก็ต’ รับต่างชาติเป๋าหนัก ไตรมาส 3/64 ตั้งเป้า 1.29 แสนคน เล็งจัดโปรแจกตั๋วเครื่องบินดึงดูดใจ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้รูปแบบแซนด์บ๊อกซ์ นำร่องภูเก็ตโมเดล ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยขณะนี้ยังยืนยันในการผลักดันให้เปิดได้ตามกำหนดที่วางไว้ หลังจากคนในพื้นที่ภูเก็ตได้รับการฉีดวัคซีนต้านไวรัสแล้ว จำนวน 2 แสนโดส ซึ่งต้องการอีก 2 แสนโดสในเดือนพฤษภาคม และในระยะต่อไปอีก 2.6 แสนโดส จึงคาดหวังว่าจะมีการกระจายวัคซีนได้ไม่ต่ำกว่า 70% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันรวมขึ้นได้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับการอนุมัติจำนวนวัคซีนที่จะใช้ฉีดให้กับคนภูเก็ต ในจำนวน 9.5 แสนโดสแล้ว

แต่สถานการณ์การระบาดโควิดในขณะนี้ พบว่ามีกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ (คลัสเตอร์) เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงต้องติดตามว่านโยบายในการกระจายวัคซีน จะส่งผลกระทบกับไทม์ไลน์ในการเปิดประเทศส่วนของภูเก็ตโมเดลหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นมองว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระจายวัคซีนไปในหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องพยายามควบคุมการระบาดเพื่อตัดไฟให้ได้ก่อน โดยในไตรมาส 3/2564 (กรกฎาคม-กันยายน) ตั้งเป้าว่า จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาจำนวน 1.29 แสนคน ผ่านการเริ่มต้นนำร่องที่ภูเก็ตโมเดล

“ตอนนี้รอลุ้นจำนวนวัคซีนที่จะเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อกระจายฉีดให้กับพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดสูงๆ และกันมาฉีดให้กับคนภูเก็ตตามจำนวนที่ได้รับการอนุมัติแล้วด้วย เพราะหากเมื่อมีวัคซีนเข้ามาคนบตามจำนวนที่ขอไป เอกชนภูเก็ตสามารถระดมฉีดให้กับคนในพื้นที่ได้รวดเร็วแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพบว่า จากวัคซีนที่ได้รับไปแล้วนั้น เอกชนภูเก็ตสามารถเร่งฉีดได้ถึง 1.5 หมื่นคนต่อวัน จึงขอเพียงแค่มีวัคซีนเข้ามาเท่านั้น ส่วนความพร้อมในการรับวัคซีนของคนในภูเก็ตเอง ก็ถือว่ามีความต้องการรับการฉีดเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีการประชาสัมพันธ์ผ่านการจัดแคมเปญเฉพาะในภูเก็ตขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีน” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อดำเนินการให้ถึงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 1.29 แสนคน ทั้งไตรมาส 3/2564 ททท.จะเน้นทำการตลาดผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายระดับสูง โดยเฉพาะลูกค้าเก่า ที่มีความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี และเน้นประเทศในระยะไกล ที่อนุญาตให้พลเมืองเดินทางออกนอกประเทศได้แล้ว โดยจากการสำรวจของททท.สำนักงานต่างประเทศ พบว่าประเทศไทยยังอยู่ในอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งการเข้ามาของต่างชาติ สามารถมาได้ทั้งแบบเดินทางเข้ามาเอง หรือเดินทางผ่านทัวร์นำเที่ยว โดยแพคเกจทัวร์นำเที่ยวในขณะนี้ปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ 1.5-2 แสนบาท ในการเที่ยว 7 วัน ซึ่งค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย จะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000 บาทต่อคนต่อทริป

นอกจากนี้ เพื่อกระตุ้นให้ต่างชาติมาเที่ยวไทยได้ตามเป้าหมาย ททท.เตรียมแจกตั๋วเครื่องบินในประเทศฟรี 1 แสนที่นั่ง ให้กับต่างชาติที่อยู่ในภูเก็ตครบ 7 วันแล้ว สามารถออกนอกพื้นที่ไปได้ทั่วประเทศ โดยจะแจกเป็นตั๋วขาไปเที่ยวเดียว มูลค่าประมาณ 1-2 พันบาท โดยจะต้องหารือร่วมกับสายการบินในรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน โดยที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับสายการบินไทยเบื้องต้นแล้ว แต่หากจะจัดโปรโมชั่นจริง ก็ต้องการให้มีส่วนร่วมทุกสายการบิน เพราะได้รับผลกระทบไม่แตกต่างกัน สำหรับการรองรับต่างชาติกว่า 1.29 แสนคนตามเป้าหมายนั้น หากไม่เพียงพอนั้น ททท.ได้หารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งทอท.จะจัดเทอร์มินอล โซน E9 แยกให้ต่างชาติเฉพาะผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องไปภูเก็ตโดยตรง เพื่อให้ไม่ปะปนกับผู้โดยสารอื่น

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดการระบาดโควิดระลอก 3 ขึ้นในประเทศไทย ได้สั่งการให้ททท.ประจำสำนักงานต่างประเทศ สำรวจบรรยากาศและความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้ติดตาม 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.บรรยากาศผ่านสื่อในประเทศกลุ่มเป้าหมาย พบว่า สถานการณ์การระบาดโควิดระลอก 3 ในไทย ไม่ได้เป็นความสำคัญในอันดับต้นๆ ของประเทศเหล่านั้น แต่สิ่งที่มีความสำคัญมากสุด เป็นการระบาดในอินเดียมากกว่า 2.ให้ความสำคัญกับการระบาดในประเทศนั้นๆ เอง เพราะในหลายประเทศกลับมาระบาดซ้ำอีกรอบ แต่อีกหลายประเทศได้ผ่อนปรนให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น หลังจากเห็นยอดผู้ติดเชื้อลดลง อาทิ จาก 4 หมื่นรายต่อวัน เหลือ 2 หมื่นรายต่อวัน

และ 3.มุมมองของผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยว (เอเย่นต์ทัวร์) พบว่าไม่มีความกังวลต่อการระบาดในประเทศไทย เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อระดับเกือบ 2 พันคนต่อวัน ในประเทศอาจกังวลว่าเป็นการระบาดที่มีจำนวนมาก แต่หากเทียบกับต่างประเทศแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันของไทยยังถือว่าไม่ได้สูงมากนัก โดยสิ่งที่ต่างชาติกังวลมากที่สุดคือ ความชัดเจนจากรัฐบาลว่า การระบาดโควิดระลอก 3 ครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเลื่อนเปิดประเทศออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ตามไทม์ไลน์ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้หรือไม่มากกว่า ซึ่งขณะนี้ททท.ยังได้รับการยืนยันจากฝ่ายนโยบายระดับสูงว่า กำหนดการเปิดประเทศยังยืนยันตามเดิม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พรุ่งนี้น้ำประปาพื้นที่ไหนไม่ไหล เช็กเลย
บทความถัดไปเผยยอดเงินบริจาค ‘น้องโวลต์’ 3,795,000 บาท นอภ. ตั้งกรรมการดูแลเงินในบัญชี