หน้าแรก เศรษฐกิจ กรุงไทย.ปล่อย...

กรุงไทย.ปล่อยกู้เอสเอ็มอีดอกเบี้ยต่ำ3.75%ต่อปี-บยส.เสนอคลังขยายค้ำสินเชื่อ

2.09.16 | 19:00 น.

นายอุดมศักดิ์ โรจน์วิบูลย์ชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา คาดว่าช่วงที่เหลือของปียอดขายของธุรกิจเอสเอ็มอีจะกระเตื้องขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตดีขึ้น ภาครัฐมีการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการลงทุนต่าง ๆ ออกมา ทั้งโครงการเดิมและงบประมาณปี 2560 ที่จะออกมา ทำให้เงินเริ่มหมุนไปสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น สำหรับความต้องการสินเชื่อของธุรกิจเอสเอ็มอียังมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการลงทุนภาครัฐ วัสดุก่อสร้างและรับเหมา ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และเกษตรยังชะลอตัว อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินเชื่อลูกค้าธนาคารอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งธนาคารมีการติดตามและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) รวมของธนาคารอยู่ที่ราว 3.7-3.8% แต่เอ็นพีแอลธุรกิจเอสเอ็มอีต่ำกว่า 2%

นายอุดมศักดิ์กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโต 7% หรือมียอดสินเชื่อคงค้างที่อยู่ที่ 4.7-4.8 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้าง 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสินเชื่อขยายตัว 2-3% แต่ยังมั่นใจว่าจะสามารถขยายสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย โดยแรงขับเคลื่อนสินเชื่อส่วนหนึ่งมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “สินเชื่อกรุงไทยใจดีช่วย SME” วงเงินสินเชื่อรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและเป็นเงินลงทุนในกิจการของเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยต่ำและมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อนชำระ7ปี สามารถยื่นกู้ได้ที่สำนักงานธุรกิจและสาขาของธนาคาร ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคมนี้ โดยโครงการนี้ต้องเป็นโครงการลงทุนใหม่ ไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้ และเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในธุรกิจที่ขอสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 3 ปี ผ่านการตรวจสอบเครดิตบูโรและเงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด

นายอุดมศักดิ์กล่าวว่า กรณีเอสเอ็มอีที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาทหรือต้องการวงเงินสินเชื่อมากกว่า 20 ล้านบาทจะมีให้เลือกหลายแพคเกจ ประกอบด้วย แพคเกจ 1.ลูกค้าที่มีหลักประกันหรือใช้บสย.ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุด 55 ล้านบาท หากกู้แบบมีระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.75% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก หากใช้หมุนเวียนธุรกิจ อัตราดอกเบี้ย ต่ำสุด 3.90% ต่อปี แพคเกจ 2 ใช้บสย.ค้ำประกัน 100% วงเงินกู้สูงสุด 40 ล้านบาท หากกู้แบบมีระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.90% ติอปี คงที่ 2 ปีแรก หากใช้หมุนเวียนธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.75% แพคเกจที่ 3 สินเชื่อขายลดลูกหนี้การค้า(แฟคตอริ่ง) สามารถกู้ได้สูงสุด 90% ของใบแจ้งหนี้ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 3.90% ต่อปี หรือเลือกใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (โอดี) ดอกเบี้ยต่ำสุด 4.50% ต่อปี ส่วนกรณีเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ยอดขายต่ำกว่า 100 ล้านบาท และวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ลูกค้าที่มีหลักประกันหรือใช้บสย.ค้ำประกัน หากกู้แบบมีระยะเวลา อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.75% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก หากใช้หมุนเวียนธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 3.90% ต่อปี

นายอุดมศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ธนาคารยังมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ 4% ระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดวงเงิน เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีในการซื้อหรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ซึ่งในภาวะที่ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า มองว่าเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เพราซื้อได้ในราคาที่ถูกลง สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึง 30 ธันวาคมนี้

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 ของบสย. เหลือวงเงินที่จะค้ำประกันได้อีกราว 9.9 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้ บสย. ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขยายโครงการใหม่ โดยใช้ชื่อว่า โครงการค้ำประกันเอสเอ็มอีทวีคูณ วงเงินค้ำประกันรวมทั้งสิ้น 1 แสนล้านบาท โดยเพิ่มระยะเวลาการค้ำประกันเป็น 10 ปี จากเดิม 5ปี และเพิ่มวงเงินชดเชยค่าเสียหายกรณีที่ธุรกิจกลายเป็นเอ็นพีแอล เป็น 23.75% จากเดิม 18% โดยระยะเวลาโครงการประมาณปีครึ่ง หรือสิ้นสุดราว เดือนมิถุนายน 2561 คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนตุลาคมนี้ สำหรับช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา บสย.มีการค้ำประกันสินเชื่อแล้ว 6.2 หมื่นล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างที่ค้ำประกัน 3.3 แสนล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถค้ำประกันสินเชื่อได้ 1 แสนล้านบาทตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

Advertisement