‘ส.ภัตตาคาร’ เสนอมาตรการเข้ม หวังรัฐผ่อนปรนให้นั่งกินที่ร้านได้ ลุ้น ‘ศบค.’ พิจารณาอนุมัติ

‘ส.ภัตตาคาร’ เสนอมาตรการเข้ม หวังรัฐผ่อนปรนให้นั่งกินที่ร้านได้ ลุ้น ‘ศบค.’ พิจารณาอนุมัติ

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารที่ร้านได้ตามปกติ ซึ่งจะเป็นช่วยส่วนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้รัฐบาลสั่งงดนั่งทานอาหารที่ร้าน จนเกิดความเสียหายต่อธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากในช่วงปกติ ธุรกิจอาหารมีรายได้ในภาพรวมกว่า 1,400 ล้านบาท แต่เมื่อรัฐบาลสั่งห้าไม่ให้นั่งทานอาหารที่ร้าน รายได้ลดลงเหลือเพียง 300 ล้านบาทต่อวันเท่านั้น สมาคมฯ จึงขอให้รัฐบาลอนุญาตให้สามารถนั่งทานที่ร้านได้ตามปกติ ภาตใต้เงื่อนไขและข้อปฏิบัติที่กำหนดไว้ร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลและเอกชน โดยเบื้องต้นหลังจากได้หารือร่วมกับกรมอนามัยแล้ว พบว่าเห็นด้วยตามมาตรการนำเสนอไปทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะนำมาตรการทั้งหมดเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หรือ ศบค. ในวันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อพิจารณาอนุมัติอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นอาจมีการพิจารณาผ่อนคลายเป็นรายจังหวัด

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า มาตรการหลักที่ร้านอาหารต้องปฏิบัติคือ 1.ต้องให้ร้านอาหารทุกร้านทำแบบประเมินไทยหยุดโควิด (Thai Stop Covid) 2.ปรับลดที่นั่งในร้านเหลือ 25% 3.เว้นระยะห่าง 2 เมตร 4.นั่งในร้านได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง 5.ห้ามกินอาหารร่วมกัน ห้ามกินแบบบุฟเฟ่ต์ และต้องแยกอุปกรณ์ของใครของมัน 6.ระบบระบายอากาศในร้านต้องดี 7.คัดกรองพนักงาน ซักประวัติพนักงานทุกคคและทุกวัน เพื่อเป็นฐานทะเบียนข้อมูล รวมถึงเพื่อให้สามารถตรวจสอบไทม์ไลน์ความเสี่ยงของพนักงานได้ 8.พนักงานในร้านทุกคนต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา โดยต้องย้ำและเข้มงวดพนักงานหลังร้านให้สวมหน้ากากตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีข้อปฏิบัติอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ผู้ประกอบการและพนักงาน จะต้องประเมินตัวเองก่อนออกจากบ้านด้วยแอพพลิเคชั่นที่ทางราชการกำหนด อาทิ Save Thai การกำหนดจุดคัดกรองพนักงานและผู้รับบริการ ผ่านการลงทะเบียน หรือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การทำความสะอาดพื้น และพื้นผิวสัมผัสร่วมกันเป็นประจำ กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ล้างและฆ่าเชื้อภาชนะสัมผัสอาหาร ทำความสะอาดห้องน้ำ และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย เน้น 3 เรื่อง คือ สะอาด เพียงพอ และปลอดภัยได้มาตรูฐาน และที่สำคัญคือ ห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอย่างเด็ดขาด จนกว่าประเมินแล้วพบว่า สถานการณ์การระบาดโควิดสามารถควบคุมการระบาดได้จริง

“ในการหารือกับกรมอนามัย เบื้องต้นได้นำเสนอขอจัดสรรวัคซีนต้านไวรัส เพื่อฉีดให้บุคคลากรร้านอาหารก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงเป็นกรณีเร่งด่วน เนื่องจากได้เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งล่าสุดมีคนในอุตสาหกรรมธุรกิจอาหาร ลงชื่อแสดงความต้องการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1 แสนราย จึงถือเป็นเรื่องดีที่คนในภาคบริการมีความพร้อมรับวัคซีนมากขึ้น ส่วนการอนุญาตให้นั่งทานอาหารที่ร้าน ถือเป็นทางออกเดียวของธุรกิจ ในการประคองและพยุงให้อยู่รอดต่อไป ก่อนจะต้องปิดตัวลง เพราะรายได้หายไปเกือบหมด โดยเฉพาะร้านอาหารขนาดเล็กและขนาดย่อย ที่มีสัดส่วนมากในธุรกิจรวม” นางฐนิวรรณ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon