นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยว่า หลังประกาศแผนธุรกิจปี 2021 ภายใต้กลยุทธ์ ‘Harmonized Channel’ รุกปรับช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อดันยอดขายช่องทางออนไลน์ ล่าสุดบริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซครั้งใหญ่ ทั้งเว็บไซต์ https://www.tvdirect.tv/ แอพพลิเคชัน และ Social Commerce ให้เปรียบเสมือนเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่มีสินค้าอย่างหลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการ เพื่อมุ่งสู่ผู้นำอีคอมเมิร์ซที่มีทีวีโฮมช้อปปิ้งเสริมศักยภาพ
นายทรงพล กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบออนไลน์และการขยายฐานลูกค้าในช่องทางอีคอมเมิร์ซได้อีก 1 แสนราย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เสริมทีมงานจัดซื้อเพื่อรองรับการเพิ่มเป้าหมายขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าเป็น 100,000 SKU (หน่วยสินค้า) ภายในปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น จากเดิมตั้งเป้าหมายที่ 45,000 SKU ปัจุบันมีสินค้าที่จำหน่ายทางออนไลน์แล้วกว่า 12,800 รายการ และช่องทางทีวีโฮมช้อปปิ้งอีกกว่า 3,800 รายการ และจะเพิ่มกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูงเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อระดับกลาง-บน ผลักดันให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรดีขึ้น ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว
นายทรงพล กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทาง Social Commerce ผ่านทาง Facebook, Line , และ Youtube เป็นช่องทางขายและสื่อสารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยปีนี้บริษัทฯ จะลงทุนต่อเนื่องด้านอีคอมเมิร์ซทั้งการปรับระบบหลังบ้านและขยายฐานลูกค้าใหม่ วางเป้าหมายปีนี้ว่าช่องทางอีคอมเมิร์ซจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้และอัตราการเติบโตให้กับบริษัทฯ ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายจากช่องทางอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของยอดขายรวม จากเดิม 10% ตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะมีสัดส่วนอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของยอดขาย สอดคล้องกับกลยุทธ์ Harmonized Channel
ขณะที่ช่องทางทีวีโฮมช้อปปิ้งของทีวี ไดเร็ค บริษัทฯ วางแผนรีโพซิชั่นนิ่งครั้งใหญ่ จากปัจจุบันมีทีวีดาวเทียมทั้งหมด 9 ช่อง ได้แก่ พีเอสไอ ไอพีเอ็ม จีเอ็มเอ็มแซท และ กลุ่มบิ๊ก 4 (INFOSAT, IDEASAT, LEO TECH, THAISAT) โดยจะวางตำแหน่งทางการตลาดของแต่ละช่องใหม่ ในส่วนคอลล์ เซ็นเตอร์ บริษัทฯ นำฐานข้อมูลลูกค้า (Big Data) ดำเนินกลยุทธ์ Customer Experience เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มหรือแต่ละเซ็กเมนต์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้ปรับกลยุทธ์คอลล์เซ็นเตอร์ให้ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและเกิดการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
“ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทฯมุ่งเน้นการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อสร้างอินฟราสตรักเจอร์รองรับการเติบโต โดยเชื่อว่าจากการวางแผนดำเนินงานที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จะผลักดันผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังให้แข็งแกร่งเพื่อสร้างผลกำไรที่ดีและมีฐานลูกค้าในช่องทางอีคอมเมิร์ซพร้อมรองรับการเติบโต” นายทรงพล กล่าว

