ก.อุตฯ ตั้งคณะทำงานบริหารจุดฉีดวัคซีน นัดแรก 17 พ.ค. ผู้ว่ากนอ.ดึงนิคมฯให้บริการแรงงาน-ชาวบ้านโดยรอบ
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงฯได้จัดประชุมแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเป็นศูนย์กลางการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไป ร่วมกับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการจุดบริการให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 (โควิด-19) ให้แก่แรงงานภาคอุตสาหกรรม ประชาชนทั่วไป ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนนัดแรกในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้
“คณะกรรมการฯชุดดังกล่าว มี นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะกรรมการ จะดำเนินการ 4 เรื่องหลัก คือ 1.กำหนดแนวทางพื้นที่จุดบริการและเตรียมความพร้อมการให้วัคซีน 2.ประสานงานและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 3. ติดตามและรายงานผลการดำเนินการ และ 4.ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม”นายกอบชัยกล่าว
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันกนอ.ได้ลงพื้นที่เร่งด่วนสำรวจพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่เหมาะสมเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนแล้ว รวมทั่วประเทศ 59 นิคมฯ หลังจากนี้ต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมคณะกรรมการฯ อีกครั้งว่าความสามารถฉีดวัคซีนต่อวันจะได้ประมาณกี่ราย คิดจากอัตราส่วนต่อผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด เพื่อประเมินความพร้อมสถานที่ไม่ให้เกิดความแออัด ขณะเดียวกันต้องเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ดำเนินการได้ทันท่วงที ขณะเดียวกัน กนอ.ได้ประสานไปยังกรมควบคุมโรคเพื่อหารือถึงการใช้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเป็นศูนย์กลางฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายรัฐบาลในการฉีดวัคซีนให้ได้ 5 แสนโดสต่อวัน
“เบื้องต้นในที่ประชุมระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม กนอ. และส.อ.ท. จะแบ่งกลุ่มผู้ที่รับวัคซีนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 2.โรงงานอุตสาหกรรมนอกนิคมอุตสาหกรรมที่แจ้งความประสงค์เข้ามา และโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในสวนอุตสาหกรรมที่กำกับดูแลโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ3.ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งรูปแบบจะเป็นอย่างไรจะพิจารณาอีกครั้ง”นายวีริศกล่าว

