‘โรงแรมภาคเหนือ’ หายใจรวยริน หลังโควิดทุบอัตราเข้าพักเป็น 0% ทำคนนอกไม่เที่ยว คนในไม่ใช้เงิน
นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) เปิเเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมในภาคเหนือตอนบน เน้นเฉพาะจังหวัดขนาดใหญ่ อาทิ เชียงใหม่ เป็นหลัก พบว่าสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งการเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย และผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในจังหวัดด้วย เพราะนับตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวมีจำนวนเป็นศูนย์ แม้จะมีผู้ที่เดินทางเข้ามาบ้าง แต่เป็นกลุ่มเฉพาะในการประกอบธุรกิจที่สำคัญจริงๆ เท่านั้น ทำให้นับเวลาผ่านมาเดือนครึ่งเกือบ 2 เดือนแล้ว ที่ไม่มีคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเชียงใหม่เลย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในจังหวัดที่แย่ลง เพราะรายได้จากนักท่องเที่ยวหายไปหมด ประกอบกับกำลังซื้อของคนในจังหวัดลดน้อยลง เนื่องจากแรงงานถูกเลิกจ้าง การค้าขายไม่มีลูกค้า เม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมจึงหดตัวลง ภาพที่เกิดขึ้นขณะนี้เหมือนปี 2563 ไม่มีผิด แต่ปีนี้แย่กว่า เพราะผลกระทบมีต่อเนื่องลากยาวตั้งแต่การระบาดระลอก 2 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงเดือนมกราคม 2564 และต่อเนื่องจนถึงการระบาดระลอก 3 ในปัจจุบัน สะท้อนได้จากอัตราการเข้าพักในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ อยู่ในระดับ 0% แน่นอน แม้ความจริงจะมองว่าหากได้สัก 1% ก็ถือว่าดีแล้ว แต่เชื่อว่าคงขึ้นไปที่ 1% ไม่ได้ เพราะลูกค้าไม่มีเข้ามาเลย เพราะที่ผ่านมาเชียงใหม่จัดอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม แม้รัฐบาลจะปรับให้เป็นสีส้มแล้ว แต่ผู้ที่อาศัยในจังหวัดยังกังวลอยู่ ไม่ออกจากบ้าน ไม่เกิดการใช้จ่าย รวมถึงคนส่วนใหญ่นอกจังหวัดก็ไม่กล้าเข้ามา เพราะบรรยากาศในตอนนี้ไม่ได้เอื้อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวแม้แต่น้อย
“การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา แทบไม่ได้ช่วยให้เกิดอานิสงส์เชิงบวกในการเดินทางหรือการกลับมาใช้จ่ายได้ เพราะคนส่วนใหญ่ยังกังวลกับการระบาดของโควิดอยู่ โดยเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังเพิ่มมากขึ้นในรายวัน และแนวโน้มการควบคุมการระบาดของรัฐบาลยังไม่ชัดเจน ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนในเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบซ้ำเติมเข้าไปอีก โดยหลังจากการระบาดระลอก 2 รัฐบาลผ่อนคลายให้เดินทางได้ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา แม้จะฟื้นตัวในหลายๆ พื้นที่ แต่เชียงใหม่ไม่สามารถเรียกว่า กลับมาฟื้นตัวได้ เพราะอัตราการเข้าพักปรับขึ้นมาเพียงเลขหลักเดียวเท่านั้น เทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อัตราการเข้าพักกลับมา 30-40% โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพมหานคร หรือแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลต่างๆ เพราะช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงของการท่องเที่ยวภาคใต้ หรือทางทะเล ไม่ได้เป็นช่วงการเที่ยวภาคเหนืออยู่แล้ว” นางละเอียด กล่าว
นางละเอียด กล่าวว่า ปี 2563 ผลกระทบจากโควิด ทำธุรกิจโรงแรมปิดชั่วคราวเกือบ 100% พอผ่อนคลายให้เกิดการเดินทางได้ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน มีโรงแรมกลับมาเปิดประมาณ 70% และต้องปิดตัวลงอีกครั้ง หลังเกิดการระบาดระลอก 2 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปีก่อนหน้า ต่อมารัฐบาลคุมการระบาดได้ ผ่อนคลายให้เดินทางท่องเที่ยวได้อีกครั้ง โรงแรมในเชียงใหม่ที่มีประมาณ 30,000 ห้อง กลับมาเปิดให้บริการเพียง 30% เท่านั้น ทำให้พอเกิดการระบาดรอบใหม่นี้ จึงเห็นการปิดตัวลงน้อย เพราะที่กลับมาเปิดให้บริการมีน้อยอยู่แล้ว สำหรับสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ การควบคุมการระบาดให้ได้เร็วที่สุด ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเรื่องวัคซีนว่าจะมีแผนอย่างไร โดยอยากให้รัฐบาลทำแผนออกมาชัดเจนว่า ภายในเดือนใด มีวัคซีนเข้ามาจำนวนเท่าใดบ้าง ต้องนำวัคซีนเข้าไปฉีดให้กับพื้นที่ใด กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จำนวนเท่าใด เพื่อให้เกิดความชัดเจน และการทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น เนื่องจากทางออกเดียวตอนนี้คือ การได้รับวัคซีนของคนไทย ในสัดส่วนที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น เพราะแม้วัคซีนจะไม่ได้ช่วยให้ไม่ติดโควิด แต่สามารถลดความรุนแรงของเชื้อไวรัส หากติดเชื้อขึ้นได้ จึงเชื่อว่าจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้บ้าง
นางละเอียด กล่าวว่า สำหรับการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) จะเสนอให้ช่วยผ่อนคลายมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เบื้องต้นต้องยอมรับก่อนว่า การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มต่างๆ ของรัฐบาล ไม่ได้ช่วยดึงบรรยากาศกลับมาดีขึ้นได้เลน เพราะคนส่วนใหญ่ยังกังวลการระบาดอยู่ พยายามไม่ออกจากบ้าน ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น สิ่งที่ต้องการให้ช่วยเหลือคือ การออกมาตรการที่ช่วยพยุงการจ้างงาน อาทิ โคเพย์ ที่เสนอให้ช่วยจ่ายเงินเดือนระหว่างผู้ประกอบการและรัฐคนละ 50% การลดต้นทุนคงที่ และสิ่งสำคัญคือ การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) อยู่แล้ว เพราะการระบาดระลอก 3 ต้องยอมรับว่าภาพรวมธุรกิจอยู่ในภาวะสาหัสมาก เนื่องจากปี 2563 ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบในช่วงเดือนเมษายน แม้รัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน แต่มีการเยียวยาในส่วนของการเลิกจ้างพนักงาน เพราะรัฐสั่งให้ปิดธุรกิจชั่วคราว แต่ตอนนี้รัฐบาลไม่ได้ประกาศสั่งปิดชั่วคราวออกมา แต่ร้านอาหาร หรือภัตตาคาร อนุญาตให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เปิดสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือนวดสปา จึงเหมือนเป็นการสั่งปิดไปในตัวอยู่แล้ว แต่เมื่อรัฐบาลไม่ได้สั่งปิดแบบเป็นประกาศออกมา ก็เท่ากับว่าจะไม่มีการช่วยเหลือผลกระทบจากรัฐบาล

