นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ได้ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนรวมในช่วงไตรมาสแรกปี 2564 ออกมาโดดเด่น และดีกว่าคาด แต่โควิด-19 ระลอกใหม่ อาจกดดันงบในช่วงไตรมาส 2/2564 ชะลอตัว ดังนั้นบริษัทจึงคงดัชนีเป้าหมายสิ้นปี 2564 ระดับ 1,600 จุด ประเมินจังหวะย่อเป็นโอกาสทยอยสะสม
ทั้งนี้ กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมสแรก 2564 เติบโต 129%เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนประจำไตรมาสไตรมาสแรก พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 2.65 แสนล้านบาท โดยบวก 46% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส และบวก 129% เทียบช่สงเดียวกันปีก่อน ถือเป็นไตรมาสที่กำไรรวมค่อนข้างโดดเด่น และบริษัทกว่า 80% รายงานกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้
กลุ่ม Global Play กำไรเติบโตเด่น : กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไร 1Q64 เติบโตได้ดีทั้งไตรมาสต่อไตรมาส และ และ เทียบปีต่อปี นำโดย พลังงาน, ปิโตรเคมี, วัสดุก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์, ไฟแนนซ์&หลักทรัพย์, เกษตรฯ, ประกัน, เหล็ก, บรรจุภัณฑ์, อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์, รับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มสื่อ
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังทำผลงานในช่วงไตรมาสแรก 2564 ไม่ดี ลดลงทั้งไตรมาสเทียบไตรมาส และปีเทียบปี หรือ ขาดทุน ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, ค้าปลีก, โรงพยาบาล และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ จะเห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่มที่กำไรขยายตัวดีส่วนมาก จะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น ภาคการส่งออก ขณะที่ปัญหาโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องพึ่งพิงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
สำหรับเป้าหมายดัชนี SET ปีนี้ที่ 1,600 จุด แม้ว่ากำไรไตรมาสแรก 2564 จะออกมาโดดเด่น แต่ไทยยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้กำไรไตรมาส 2/2564 ลดลงไตรมาสต่อไตรมาส แต่ยังได้อานิสงส์จากฐานต่ำในปี 2563 จึงจะยังเห็นการฟื้นตัวได้เทียบปีต่อปี ดังนั้นบริษัทยังคงคาดการณ์กำไรรวมปีนี้ของบริษัทจดทะเบียนที่ 9.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น SET EPS ที่ 84 บาทต่อหุ้น และคงเป้าหมายดัชนีที่ 1,600 จุด อิงระดับ PE 19x ค่าเฉลี่ย PE 5 ปี บวก 1.0 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนมีการคัดเลือกที่มีผลประกอบการที่ดีในไตรมาสสอง

