หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.ถก กทม....

ส.อ.ท.ถก กทม.-ท้องถิ่น แก้ขยะหน้ากากอนามัย หวั่นล้นเมือง

24.05.21 | 12:10 น.

ส.อ.ท.ถก กทม.-ท้องถิ่น แก้ขยะหน้ากากอนามัย หวั่นล้นเมือง วอนรัฐหนุนรีไซเคิลโฟมแบบญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกกำลังหารือร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากทางการแพทย์ใช้แล้วที่เริ่มมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้การหน้ากากอนามัยส่วนใหญ่จำกัดการใช้อยู่ในทางการแพทย์ที่บริหารขยะติดเชื้อได้ง่าย แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้หน้ากากอนามัยถูกใช้จำนวนมากและกลายเป็นขยะติดเชื้อในภาคครัวเรือนมากขึ้น

“ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำหนังสือแจ้งมายังกลุ่มพลาสติกส.อ.ท.ให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยเพราะหน้ากากอนามัยเริ่มหลุดรอดลงไปยังแหล่งน้ำที่เริ่มกระทบกับสัตว์แล้ว ส.อ.ท.เคยหารือกันเรื่องนี้แล้วช่วงโควิดระบาดใหม่ๆ ขณะนี้จึงเร่งเพื่อให้ได้ข้อสรุปเร็วสุดเพราะหน้ากากอนามัยจะอยู่คู่กับเราไปอีกนาน ส่วนหนึ่งต้องรอวัคซีน และอีกส่วนคนคุ้นชินกับการใช้หน้ากากอนามัยมากขึ้นเหมือนต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นเมื่อเป็นหวัดจะใส่หน้ากากป้องกันการแพร่ระบาด”นายอภิภพกล่าว

นายอภิภพ กล่าวว่า จากการหารือกับหลายภาคส่วน เบื้องต้นหน้ากากอนามัยที่ใช้ทางการแพทย์จะนำไปรวมไว้ในถุงแดงแล้วทิ้งในถังขยะติดเชื้อแยกไปกำจัดโดยผ่านโรงเผาขยะ แต่จากการที่หน้ากากอนามัยมีจำนวนมากในภาคครัวเรือนทำให้ประชาชนบางส่วนทิ้งรวมไปกับขยะอื่น เกิดปัญหาการคัดแยกและนำมาซึ่งการหลุดรอดในการนำไปเผาอย่างถูกวิธี ดังนั้นจึงมีแนวคิดจะผลิตถุงแดงจำหน่ายให้กับประชาชนเป็นการทั่วไปเพื่อแก้ไขได้ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังพิจารณากำหนดจุดทิ้งให้ขนย้ายไปสู่โรงเผาขยะได้ เบื้องต้นกังวลว่าหากนำถังแดงไปตั้งตามถนนหมู่บ้านอาจเปิดช่องให้กับมิจฉาชีพนำหน้ากากอนามัยไปจำหน่ายต่อ จึงสรุปว่าหากจะตั้งถังแดงไว้รองรับขยะติดเชื้อต้องเป็นจุดที่มีคนดูแล ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างหาข้อสรุป

ทั้งนี้ จากการระบาดโควิด-19 ถึงปัจจุบันส่งผลให้การใช้พลาสติกมีปริมาณเพิ่มขึ้นทั้งกล่องโฟม ถุงพลาสติก แก้วพลาสติก ช้อนพลาสติก ฯลฯ โดยเฉพาะในเมือง ประชาชนทำงานที่บ้าน คนทำงานปกติสั่งอาหารกลับไปทานบ้าน ซึ่งปัญหาขยะพลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย หากกำจัดอย่างถูกวิธี แต่ที่เป็นปัญหาเพราะขาดการบริหารจัดการที่ถูกต้อง ซึ่งขยะจำนวนมากนำกลับมาใช้ใหม่ได้(รีไซเคิล) โดยเฉพาะกล่องโฟมบรรจุอาหาร

Advertisement

“ไทยเริ่มแบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายในปี 2565 สำหรับพลาสติก 4 ประเภท คือ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกบาง หลอดพลาสติก ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรแบนโฟม เพราะรีไซเคิลได้ รัฐควรมีกลไกอุดหนุนเหมือนญี่ปุ่น เหมือนกับขวด PET ที่รีไซเคิลจนประสบความสำเร็จแล้ว” นายอภิภพ กล่าว