หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : ภาพลักษณ์รัฐบาล

25.05.21 | 11:33 น.
จอดป้ายประชาชื่น : ภาพลักษณ์รัฐบาล

สถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เกิดขึ้นเป็นระลอกที่ 3 ส่งผลทั้งสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ เงินเยียวยาที่ใส่ลงไป อาจจะไม่เพียงพอต่อการพยุงเศรษฐกิจที่เสียหายไปในครั้งนี้ได้ เพราะเงินของรัฐบาลเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หลังจากที่ได้ทำการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 3 ครั้ง กอปรกับผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลงเป็นอย่างมากเช่นกัน ที่ผ่านมาจึงเกิดสัญญาณชัดว่า รัฐบาลมีเงินไม่เพียงพอและจำเป็นจะต้องกู้เงินเพิ่ม

ล่าสุด รัฐบาลได้ตัดสินใจกู้เงินเพิ่มเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาอีกครั้งโดยออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 7 แสนล้านบาท ที่ผ่านมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ ว่าจะใช้เงินก้อนทำอะไรบ้าง รวมทั้งเรื่องสถานะการเงินของรัฐ และหนี้สาธารณะด้วย มีเพียงข่าวลือกันไปต่างๆ นานา มีการวิจารณ์ถึงผลงานรัฐบาลที่ถูกมองว่าแย่ลง

ภาพลักษณ์ของรัฐบาลโดนโจมตีอย่างมากเกิดจากการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่ค่อนข้างล้มเหลว หลังจากที่มีการระบาดระลอก 3 มาจนผ่านไปเป็นเวลา 1 เดือนกว่าๆ ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังสูงอย่างต่อเนื่อง เกิดการระบาดกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นคือการพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งความหวังในการแก้ไขปัญหานี้คือ วัคซีนป้องกันโควิด-19

เรื่องวัคซีนก็ยังเป็นที่สับสนของประชาชน ระบบลงทะเบียนรับการฉีดยังซ้ำซ้อน บางคนไม่มีโอกาสเข้าถึงวัคซีน และเรื่องการนำเข้าวัคซีนที่ล่าช้า ทำให้จำนวนวัคซีนไม่เพียงพอต่อความต้องการ และจำนวนบุคลากรการแพทย์ที่เตรียมไว้น้อยไม่พอสำหรับรองรับการฉีดจำนวนมาก เรื่องยี่ห้อวัคซีนและผลข้างเคียงก็กระทบต่อความเชื่อมั่นประชาชนอย่างต่อเนื่อง บางคนดิ้นรนเดินทางไปฉีดที่ต่างประเทศก็มี

สถานการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น หากรัฐบาลฟังเสียงของประชาชนที่สะท้อนอย่างทั่วถึง ไม่ปกปิดข้อมูล เพื่อให้ประเทศได้เดินไปข้างหน้าต่อไป

Advertisement