“คำนูณ” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล.ไม่ขัด รธน. เหตุใช้อำนาจครม. แต่ส.ส.-ส.ว. มีสิทธิยื่นตีความได้

 

“คำนูณ” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล.ไม่ขัด รธน. เหตุใช้อำนาจครม. แต่ส.ส.-ส.ว. มีสิทธิยื่นตีความได้

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ให้ความเห็นต่อการมีผลบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาทในวันนี้ ว่า การออก พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าว ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และมาตราา 140 ประกอบพ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 53 ที่กำหนดให้รัฐบาลสามารถกู้เงินได้โดยให้กระทรวงการคลังดำเนินการ ทั้งนี้กำหนดให้ดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีได้ทัน

“ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าควรรอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 65 นั้น แต่ข้อเท็จจริงพบว่า การเบิกจ่ายงบฯ ปี 65 จะเกิดขึ้นวันที่ 1 ตุลาคม และหากจะให้กู้เงิน ผ่าน พ.ร.บ.งบฯ 65 ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เนื่องจากเป็นงบประมาณขาดดุล และการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล นั้นใกล้เต็มวงเงินที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 อนุญาตให้ทำ” นายคำนูณ กล่าว

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบว่าพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทจะเข้าสภาฯ เมื่อใด แต่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ส.ส. หรือ ส.ว. มีสิทธิเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยได้เพียงว่ากรณีดังกล่าาวเป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือปกป้องภัยพิบัติสาธารณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่เท่านั้น ไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคสอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.ติวเข้มแคมป์คนงานก่อสร้าง 409 แห่ง ยึดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด
บทความถัดไปสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้หน่วยแพทย์พระราชทาน รพ.จุฬาภรณ์ ลงพื้นที่เสี่ยง เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ภาคสนามให้กับบุคลากรทางการศึกษาและประชาชนทั่วไป