‘กรณ์’ ถอดประสบการณ์อดีต รมว.คลัง สอนลูก ว่าด้วยเรื่อง ‘บิทคอยน์-คริปโต’ สัจธรรมทางการเงินอนาคต

30.05.21 | 16:24 น.

‘กรณ์’ ถอดประสบการณ์อดีต รมว.คลัง สอนลูก ว่าด้วยเรื่อง ‘บิทคอยน์-คริปโต’ สัจธรรมทางการเงินอนาคต

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงบทสนทนาในครอบครัวกรณีตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังพุ่งสูง รวมทั้งการลงทุนเรื่องเงินดิจิทัล โดยระบุว่า วันก่อนลูกชายบอกว่าเพื่อนโซเชียลในกลุ่มเขาเศร้าหมองมาก ไม่ใช่เพราะโควิดกับตัวเลขที่ยังพุ่งสูงไม่หยุดเพียงอย่างเดียว แต่เพราะราคาบิทคอยน์ยังลดลงต่อเนื่อง เข้าทางพ่อ เราเลยได้คุยกันเรื่องการลงทุน เรื่อง ‘เงิน’ เรื่องการบริหารความเสี่ยง

“บ้านผมเรามีบิทคอยน์อยู่เล็กน้อย ได้มาจากการค่อยๆ เปลี่ยน crypto ประเภท ICO ที่เคยซื้อไว้เมื่อ 3 ปีก่อนมาเป็น ‘สกุลหลัก’ คือบิทคอยน์ เราไม่เคยคิดจะขายบิทคอยน์ และไม่เคยคิดจะนำบิทคอยน์ไปใช้ซื้ออะไร เราถือไว้เพื่อหวังว่าราคามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ เลยชวนให้คิดว่าถ้าทุกคนถือบิทคอยน์ไว้เพื่อหวังกำไร ไม่คิดจะเอาออกมาใช้ แล้วมันจะทำหน้าที่เป็น ‘เงิน’ ได้อย่างไร?

“จำนวนการใช้บิทคอยน์ทั่วโลกพีคที่ประมาณ 300,000 ครั้งต่อวัน (ช่วงนี้ลดลงเหลือ 170,000) ซึ่งอยู่ในระดับนี้มานาน ในขณะที่มูลค่าของบิทคอยน์นั้นเพิ่มขึ้นมาตลอด

“ตอนนี้หลายคนบอกว่าไม่เอาบิทคอยน์มาใช้นะดีแล้ว เพราะการผลิตและการใช้บิทคอยน์ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก แค่ใช้กันอยู่เท่าปัจจุบันก็กินพลังงานมากเท่ากับหลายประเทศแล้ว (เท่ากับประมาณ 75% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศไทย!) จนทำให้มีการเรียกบิทคอยน์เป็น ‘เงินสกปรก’ ที่ไม่เป็นคุณต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน อย่างเช้านี้เห็นข่าวว่ารัฐบาลอิหร่านออกมาห้ามการ ‘ขุด’ บิทคอยน์เพราะไฟฟ้าในประเทศผลิตไม่ทัน (ช่วงปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจอิหร่านแย่มาก แต่การใช้ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นถึง 20%)

Advertisement

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า หากบิทคอยน์ไม่เหมาะกับการใช้เป็น ‘เงิน’ แล้วบิทคอยน์ยังจะมีประโยชน์ในการใช้งาน (คนรุ่นใหม่เขาเรียกว่า ‘use case’) อย่างไร? ที่แน่นอนที่สุดคือมีการใช้บิทคอยน์ในการฟอกเงินอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลทั่วโลกไม่เป็นมิตรกับบิทคอยน์ ข้อเท็จจริงนี้แฟนๆ บิทคอยน์จะไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เพราะตราบใดที่บิทคอยน์ยังเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ ก็ยากที่จะเป็นที่ยอมรับได้

“ผมเองไม่มีความรู้มากพอที่จะมองเห็นอนาคตของคริปโตได้อย่างชัดเจน แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า digital money จะต้องมีบทบาทในระบบการเงินของโลก

“ในอดีต ‘เงิน’ ต้องมีหลักประกันหนุนหลัง (แม้แต่เงินดอลลาร์ยังเคยต้องมีทองหนุนหลังจนถึงปี 1971) วันนี้บิทคอยน์ไม่มีอะไรหนุนเลยนอกจาก algorithm ที่มั่นคง และ ‘ความเชื่อ’ ของแฟนๆ ซึ่งสองปัจจัยนี้ยังไม่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพทางราคา จึงเป็นเหตุให้มีแนวคิดโดยหลายธนาคารกลางที่จะออก crypto ของตัวเอง (เรียกว่า ‘stable coin’ คือ crypto ที่ผูกกับสกุลเงินหลัก ราคาจะไม่หวือหวา) ส่วนอะไรจะเป็นตัวเลือกหลักยังไม่มีใครรู้

“สุดท้ายผมบอกกับลูกว่า เราต้องพยายามแยกแยะให้ได้ระหว่างอุดมคติกับความเป็นจริง ในกรณีตำนานของบิทคอยน์นั้นคือบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาเพราะผู้สร้างหมดศรัทธากับสกุลเงินทั่วไปที่อยู่ใต้อำนาจของนักการเมืองและธนาคารกลาง และอยากที่จะมีสกุลเงินที่ไม่มีใครมีอำนาจเหนือ

“แต่วันนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือราคาบิทคอยน์ขึ้นลงอย่างแรงด้วยทัศนคติของนายอีลอน มัสก์คนเเดียว นั่นไม่ได้หมายความว่าบิทคอยน์ไม่ดี แต่หมายความว่าโลกของคริปโตยังเยาว์วัยมาก”