มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 6 ก.ย.2559
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ว่า ที่ประชุมมองว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าเฟดอาจปรับเพิ่มดอกเบี้ยช่วงปลายปีนี้ สวนทางกับธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่ยังส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องเพื่อหวังหยุดยั้งปัญหาอัตราเงินฝืด ทำให้เกิดกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายกระทบกับค่าเงินบาทจนเกิดความผันผวน ส่งผลต่อเงินทุนไหลกลับ และทำให้ค่าเงินบาทกลับไปอ่อนค่าลงช่วงปลายปี
สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 แม้จะขยายตัวร้อยละ 3.5 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ เกิดจากปัจจัยเฉพาะจากการที่ครัวเรือนมีการซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันชะลอตัวลงแล้ว สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ที่กลับมาติดลบ ขณะที่การลงทุนค่อนข้างทรงตัว และการส่งออกยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีการแข็งค่าของค่าเงินบาทเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม กกร. ยังคงกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ร้อยละ 3 ถึง 3.5 และการส่งออกที่ 0 ถึง -2%

