สรท. โชว์ส่งออก เม.ย. โตกว่า 13% พร้อมวอนรัฐเร่งฉีดวัคซีน-นำเข้าตู้เปล่า-ลดต้นทุนขนส่ง

สรท. โชว์ส่งออก เม.ย. โตกว่า 13% พร้อมวอนรัฐเร่งฉีดวัคซีน-นำเข้าตู้เปล่า-ลดต้นทุนขนส่ง

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนเมษายน 2564 มีมูลค่า 21,429 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.09% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 656,592 ล้านบาท ขยายตัว 6.93% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่การนำเข้าในเดือนเมษายน 2564 มีมูลค่า 21,246 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 29.79% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 660,063 ล้านบาท ขยายตัว 22.87% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้เดือนเมษายน 2564 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลลบ 3,470 ล้านบาท

นายชัยชาญกล่าวว่า ส่วนภาพรวมช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 85,577 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 4.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 2,564,525 ล้านบาท ขยายตัว 1.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 84,879 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่า 2,580,092 ล้านบาท ขยายตัว 10.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ประเทศไทยเกินดุลการค้า 698 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลลบ 15,567 ล้านบาท

ทั้งนี้ สรท.ได้คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2564 อยู่ที่ 6-7% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญในปี 2564 ได้แก่ 1.แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบด้วย การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ สหรัฐ มีการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นเนื่องด้วยผู้ผลิตในประเทศไม่สามารถผลิตสินค้าให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก และดัชนีผู้จัดการฝ่ายการผลิตโลก ที่เพิ่มสูงระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมการผลิตสอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก 2.ราคาสินค้าในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน อาทิ ยางพาราแปรรูปขั้นต้น และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันดิบและอุปสงค์ในตลาดโลกที่ขยายตัวจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้มูลค่าการส่งออกในสินค้ากลุ่มดังกล่าวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1/2564

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2564 ได้แก่ 1.สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศในอาเซียน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าออกไป 2.ปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและอัตราค่าระวางที่ทรงตัวในระดับสูง 3.สถานการณ์ความผันผวนของวัตถุดิบที่สำคัญ อาทิ ชิปขาดแคลน ส่งผลกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องชะลอการผลิตเนื่องด้วยจำนวนสินค้าคงคลังที่เริ่มลดลง เป็นต้น และ 4.สถานการณ์ขาดแคลนแรงงาน เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศจำนวนมากและไม่ยังไม่ได้เดินทางกลับเข้ามา ซึ่งส่งกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานประมาณ 2-3 แสนคน และรวมถึงผลต่อการต้องชะลอคำสั่งซื้อจากต่างประเทศออกไป

นายชัยชาญกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะที่สำคัญของ สรท. ที่มีต่อภาครัฐ อาทิ เร่งรัดการฉีดวัคซีนในภาคโลจิสติกส์และภาคการผลิต โดยเฉพาะท่าเรือ ท่าอากาศยาน หรือจุดเสี่ยงที่เป็นจุดเชื่อมต่อ (เกตเวย์) สำคัญของประเทศ การเร่งให้มีนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาเพิ่มเติมโดยเร็ว การเร่งนำแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิต โดยเร่งรัดการหารือเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบและเงื่อนไขรูปแบบการจ้างแบบชั่วคราว หรือกำหนดชั่วโมงในการทำงาน (พาร์ตไทม์) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งในเรื่องของอัตราจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และสวัสดิการที่นายจ้างและลูกจ้างได้ประโยชน์ร่วมกัน และเร่งปรับลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัตถุดิบ อาทิ ภาษีสินค้าเหล็กในการภาคการผลิต รวมถึงต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกสินค้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้160 รูป/คน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี 2564 เข้ารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
บทความถัดไปแคร์รี ไซมอนด์ เลือก ‘เช่าชุดเจ้าสาว’ เข้าวิวาห์ นายกฯอังกฤษ ค่าเช่าต่อวันไม่ถึง 2 พันบาท!!!