เคลียร์ชัด 4 มาตรการเยียวยาโควิด 14 มิ.ย. ดีเดย์ เปิดลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 3

เคลียร์ชัด 4 มาตรการเยียวยาโควิด คลัง เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่ง” เฟส 3 14 มิ.ย. ยิ่งใช้ยิ่งได้ 21 มิ.ย. นี้ ผ่านแอพพ์ เป๋าตัง หรือ เว็บไซต์ คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งประกอบด้วย 4 โครงการ ครอบคลุมประชาชนประมาณ 51 ล้านคน โดยประชาชนแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 โครงการ

ประกอบด้วย

1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 ประมาณ 13.65 ล้านคน โดยจะช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน วงเงินรวม 1.63 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ หากผู้มีบัตรสวัสดิการ ประสงค์จะรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน จะต้องสละสิทธิการบัตรสวัสดิการ โดยขอให้นำบัตรฯ มาคืนที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด ภายในวันที่ 7 มิถุนายน และจะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการที่ต้องการ

2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ที่ไม่สามารถลงทะเบียนด้วยตนเอง และใช้งานแอพพลิเคชัน เป๋าตัง ได้ จากโครงการเราชนะ ประมาณ 2.5 ล้านคน โดยจะช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน เป็นวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ แต่หากประสงค์รับสิทธิตามโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน จะต้องลงทะเบียนโครงการที่ต้องการ ผ่านแอพพลิเคชัน เป๋าตัง ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 และถือเป็นการสละสิทธิในโครงการนี้

3. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โดยประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไม่เกิน 31 ล้านคน จะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่าย 50% ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ อาทิ นวด สปา ทำผมทำเล็บ ค่ารถโดยสารสาธารณะ แบ่งเป็น ช่วงแรกเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564 จำนวน 1,500 บาท และเดือนตุลาคม –ธันวาคม 2564 อีก 1,500 บาท รวมไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน เป็นวงเงินรวม 93,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นเงิน 186,000 ล้านบาท

4. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยผู้ได้รับสิทธิไม่เกิน 4 ล้านคน ที่ชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด ผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (จี-วอลเล็ต) บนแอพพลิเคชัน เป๋าตัง กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดตั้งแอพพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการ

จะได้รับวงเงินสนับสนุนในรูปของบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-วอยเชอร์ สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ซึ่งจะคืนเป็นวงเงินใน จี-วอลเล็ตทุกต้นเดือนถัดไป โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ วงเงินสำหรับการดำเนินโครงการรวม 28,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นเงิน 268,000 ล้านบาท

14 มิถุนายน ลงทะเบียน คนละครึ่ง

น.ส.กุลยา กล่าวว่า สำหรับการลงทะเบียนและการใช้จ่ายของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ดังนี้ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิคือ ประชาชนผู้สนใจที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีบัตรประจำตัวประชาชน ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ได้ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564

และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ได้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 06.00 น. – 22.00 น. โดยผู้ที่เคยใช้จ่ายผ่าน จี-วอลเล็ต บนแอพพ์ เป๋าตังแล้ว สามารถลงทะเบียนผ่านแอพพ์ หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ตามต้องการ ส่วนประชาชนที่ไม่เคยใช้จ่ายผ่าน จี-วอลเล็ต ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของโครงการที่ต้องการเข้าร่วม

ทั้งนี้ หากผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ประสงค์จะเปลี่ยนไปรับสิทธิอีกโครงการหนึ่งแทน จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิอีกโครงการหนึ่ง ผ่านแอพพ์ เป๋าตัง ภายในวันที่ 28 มิถุนายน และถือเป็นการสละสิทธิโครงการเดิม

ยืนยันตัวตน ผ่านตู้เอทีเอ็มกรุงไทย

หลังจากนั้น ประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย และเมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอพพ์ ถุงเงิน ที่เข้าร่วมแต่ละโครงการได้ในเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ในเวลา 06.00 น. – 23.00 น.

ส่วนโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถใช้จ่ายเงินเพื่อนำมาคำนวณสิทธิได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม- 30 กันยายน 2564 และใช้ e-Voucher ได้ในช่วงเดือนสิงหาคม – 31 ธันวาคม 2564

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน เป็นต้นไป เวลา 06.00 น. – 22.00 น.

โดยผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมมาตรการ/โครงการอื่นของรัฐที่มีแอพพลิเคชัน ถุงเงิน แล้ว ลงทะเบียนผ่านแอพพ์ ถุงเงิน ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วม สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ตามต้องการ หรือสาขาหรือจุดรับลงทะเบียนของธนาคารกรุงไทยฯ

น.ส.กุลยา กล่าวว่า กระทรวงการคลังคาดว่า การดำเนินการโครงการทั้ง 4 โครงการดังกล่าว จะช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ จากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จำนวน 473,000 ล้านบาท อีกทั้งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 4 แพคเกจคลัง เยียวยาโควิด ลุ้นพรุ่งนี้ ครม.เคาะเพิ่มแจกเงินเยียวยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กรีนวู้ด’ ถอนตัวทีมชาติอังกฤษ แมนฯยูให้เหตุผลเพื่อรักษาอาการเจ็บ
บทความถัดไปกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ดันขายสินค้าไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในสิงคโปร์