ร่วมด้วยช่วยกัน ชลประทานจับมือชาวบ้านหมี่ปรับแผนการใช้น้ำส่งช่วยประปาลพบุรี

กรมชลประทานขอความร่วมมือจากเกษตรกรปรับลดการสูบน้ำในคลองส่งน้ำชัยนาทป่าสัก เพื่อลำเลียงน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาลพบุรี ลดผลกระทบขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ

 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 มิ..) ได้เกิดเหตุน้ำประปาในเขตตัวเมืองลพบุรีหยุดไหล กรมชลประทาน โดย สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ทำการปรับลดการสูบน้ำลง เพื่อให้การลำเลียงน้ำจากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ส่งไปให้ถึงสถานีสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคอย่างเร่งด่วน โดยน้ำได้เดินทางมาถึงสถานีสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาลพบุรีในช่วงเช้าวันนี้ (3 มิ..64) ทำให้การประปาฯ สามารถผลิตน้ำประปาพร้อมแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนในเขตตัวเมืองลพบุรีได้ในวันเดียวกัน ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบ้านหมี่ และเกษตรกรในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ด้าน นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง 22 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้วกว่า 3.5 ล้านไร่ หรือประมาณ 45% ของพื้นที่  ปัจจุบันพบว่ามีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์เพียงวันละ 10 ล้านลบ.. ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มีระดับต่ำไม่สามารถไหลเข้าคลองส่งน้ำชัยนาทป่าสัก โดยแรงโน้มถ่วงได้ สำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ขนาด 5 ลบ.. ต่อวินาที 4 เครื่อง และขนาด 3 ลบ.. อีก 4 เครื่อง สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองส่งน้ำชัยนาทป่าสัก ที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์วันละประมาณ 1.5 ล้าน ลบ.. เริ่มสูบตั้งแต่กลางเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค 7 สาขา และการประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 24 แห่ง รวม 31 แห่ง ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำวันละ 0.5 ล้าน ลบ.. ให้เพียงพอ รวมไปถึงส่งไปช่วยเหลือไม้ผล ไม้ยืนต้นด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ และขอความร่วมมือเกษตรกรให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ทั้งยังบริหารจัดการน้ำแบบรอบเวร ด้วยการกำหนดรอบเวร การใช้น้ำในคลองส่งน้ำชัยนาทป่าสัก เพื่อแบ่งปันน้ำให้ทั่วถึง โดยกำหนดเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงต้นคลอง ระหว่างประตูน้ำมโนรมย์ประตูน้ำช่องแค (.มโนรมย์.สรรพยา .ชัยนาท .ตาคลี .นครสวรรค์) ช่วงกลาง ระหว่าง ประตูน้ำช่องแคประตูน้ำโคกกะเทียม (.บ้านหมี่ .เมือง .ลพบุรี) และช่วงปลาย คลองชัยนาทป่าสัก ระหว่าง ประตูน้ำเริงรางแม่น้ำป่าสัก (.หนองโดน  .บ้านหมอ .สระบุรี) และใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ขนาด 8”, 10” และ 12” รวม 40 เครื่อง ติดตั้งที่ปากคลองแยกซอย เพื่อสูบน้ำจากคลองส่งน้ำชัยนาทป่าสัก ส่งให้กับพื้นที่การเกษตรที่ทำการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว กว่า 300,000 ไร่ พร้อมกันนี้ได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกร การใช้น้ำจากคลองส่งน้ำชัยนาทป่าสัก ตามรอบเวรเพื่อแบ่งปันน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยประคับประคองข้าวนาปีที่ปลูกไปแล้วไม่ให้เกิดความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ และให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปา อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูกให้เลื่อนการเพาะปลูกออกไป รอให้มีฝนตกสม่ำเสมอและมีปริมาณน้ำอย่างเพียงพอในพื้นที่

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อธิบดีราชทัณฑ์ เผยผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1,230 ราย เสียชีวิต 1 ราย
บทความถัดไปซ้ำเติมโควิด แม่ค้าสุดช้ำถูกชักดาบค่าก๋วยเตี๋ยว อ้างเอาไปถวายพระก่อนชิ่งหนีลอยนวล