หอค้าฯแนะขยายวัควีนฉีดต่างด้าว เชียร์แซนด์บ็อกซ์ภูเก็ต

หอค้าฯแนะขยายวัควีนฉีดต่างด้าว เชียร์แซนด์บ็อกซ์ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึง กรณีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) มีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินการเปิดจังหวัดภูเก็ต รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในลักษณะแซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ว่า เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ดี โดยมีการคัดกรองคนที่มาจากต่างประเทศ ทั้งการที่นักท่องเที่ยวต้องได้รับวัคซีนแล้ว และการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าประเทศ และมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งใน 7 วันแรกจะต้องทำการกักตัว ในที่พักที่มีระบบการป้องกันเป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งหมดนี้แปลว่า มาตรการนี้ไม่ได้ทำให้ชาวภูเก็ตเกิดความกังวลใจแต่อย่างใด เพราะว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่ถูกล็อกไว้หมด และหลังจากการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 จะถือว่าปลอดภัยแล้ว สามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีความปลอดภัยกว่าที่คนไทยจะเดินทางข้ามจังหวัดกันเองเสียอีก เพราะมีทั้งการฉีดวัคซีนและการตรวจหาเชื้อโควิด-19

“มาตรการทำให้นักธุรกิจไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ เวลากลับมาสามารถใช้สูตรของมาตรการนี้ได้ เพราะนักธุรกิจไทยที่เดินทางไปต่างประเทศต้องรับการฉีดวัคซีนอยู่แล้ว พอกลับมาไทย ถ้าเป็นปกติต้องกักตัว 14 วัน แต่มาตรการนี้จะลดเวลการกักตัวลงเหลือเพียง 7 วัน แถมยังสามารถเอาเงินไปกระจายให้กับผู้ประกอบการ หรือแม่ค้าพ่อค้าในพื้นที่ท่องเที่ยวได้ด้วย ซึ่งมีประโยชน์หลายต่อ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ เพราะไม่ว่านักธุรกิจจากต่างชาติที่เข้ามาหรือนักธุรกิจชาวไทยที่ไปต่างประเทส จะรู้สึกว่าเสียเวลาน้อยลงจากการที่มีมาตรการนี้เข้ามาช่วย”นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของภาคเอกชนเวลานี้มีเพียงข้อเสนอเดียว คือ เรื่องแผนการกระจายและฉีดวัคซีนขอให้เป็นไปตามที่กำหนด เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับภาคการท่องเที่ยว ถ้าวัคซีนเป็นไปตามกำหนดจะทำให้ทุกภาคส่วนเบาใจได้แล้ว ทำให้คนไทยและต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น และหลังจากนี้ที่วัควีนมาตามกำหนด และมีปริมาณเพียงพอสำหรับคนไทยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็ควรถึงกำหนดที่จะต้องมาดูแลกลุ่มแรงงานให้ชัดเจน ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว ในส่วนของงานไทย มีระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 ดูแลอยู่แล้ว ส่วนแรงงานต่างด้าว คงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของนายจ้าง ที่จะต้องออกค่าใช้จ่ายเรื่องวัคซีน

“ผมเชื่อว่า นายจ้างยินดีที่จะจ่ายเงินในส่วนนี้ ถ้ามีวัคซีนเหลือ ส่วนนี้ก็เป็นอีกขั้นตอนสำหรับการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดประเทศในอนาคต และเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงักจากการที่จะต้องปิดโรงงานหลายๆครั้ง จากการระบาดซ้ำๆ เพราะไม่มีวัคซีน ต้นทุนในการหยุดชะงักของกิจการสูงกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับวัคซีนเยอะ ดังนั้นเรื่องวัคซีนจึงสำคัญที่สุดในตอนนี้” นายวิศิษฐ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แบบนี้นี่เอง! ‘เอ็มบัปเป้’ เผยสาเหตุปฏิเสธย้ายไปค้าแข้งให้ ‘ราชันชุดขาว’
บทความถัดไปปืนยาวสาวมือดีของไทย ‘ธัญลักษณ์’ ผ่าตัดเข่า – ลั่นคว้าทองซีเกมส์ปลายปี