ก.ล.ต.แจง ต้นเรื่องกล่าวโทษ”สนธิ ลิ้ม”คดีกู้พันล้าน
กรณีศาลฎีกา พิพากษาจำคุก นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวก รวม 20 ปี จากคดีทำเอกสารเท็จขอกู้เงินธนาคารกรุงไทย 1,078 ล้านบาท เป็นความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว เริ่มต้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2543 ก.ล.ต.ได้ดำเนินการกล่าวโทษอดีตกรรมการของบริษัท แมเนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 รายต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการสืบสวนคดีเศรษฐกิจ(สศก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนและดำเนินคดี กรณีร่วมกับปลอมเอกสารที่ใช้ประกอบการทำสัญญาในนามของบริษัทแมเนเจอร์ เพื่อค้ำประกันการกู้ยืมเงิน จำนวน 1,078 ล้านบาทให้แก่บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทแมเนเจอร์ โดยที่คณะกรรมการแมเนเจอร์ไม่ทราบเรื่อง จนเป็นเหตุให้บริษัทมีภาระตามสัญญาค้ำประกัน อีกทั้งไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภาระค้ำประกันดังกล่าวในงบการเงินบริษัท
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนต่อก.ล.ต.เมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 กรณีบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) (ไออีซี) ไม่เปิดเผยข้อมูลการค้ำประกันการกู้ยืมเงินให้แก่บริษัท เดอะ เอ็มกรุ๊ป ซึ่งก.ล.ต.ได้เข้าตรวจสอบและกล่าวโทษอดีตผู้บริหารของไออีซีแล้ว ในระหว่างตรวจสอบกรณีไออีซีก.ล.ต.ได้ตรวจสอบหลักฐานที่ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน)ที่เป็นผู้ให้กู้ยืมเงินแก่บริษัท เดอะ เอ็ม.กรุ๊ป และพบว่าบริษัท แมเนเจอร์ ได้ร่วมเป็นผู้ค้ำประกันการกู้ยืมเงินของบริษัท เดอะ เอ็มกรุ๊ปในวงเงินรวม 1,078 ล้านบาทด้วยเช่นกัน
จากการตรวจสอบสัญญากู้ยืมเงินที่บริษัท เดอะ เอ็มกรุ๊ป กู้จากธนาคารกรุงไทยและสัญญาการค้ำประกันการกู้ยืมเงินโดย บริษัท แมเนเจอร์ พบว่าสัญญาการค้ำประกันดังกล่าวมีการลงนามโดยบุคคล 4 ราย ได้แก่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสุรเดช มุขยางกูร นางสาวเสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ และนางสาวยุพิน จันทนา ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของแมเนเจอร์ โดยคณะกรรมการของบริษัท แมเนเจอร์ไม่ได้ทราบและไม่มีการเปิดเผยข้อมูลในถูกต้องในงบการเงินซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535และประมวลกฎหมายอาญา
ทั้งนี้ ก.ล.ต.ในฐานะองค์กรกำกับดูแลได้ดำเนินการอย่างยุติธรรมและโปร่งใส นับตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบ การรวบรวมเอกสารหลักฐานการสอบถ้อยคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาซึ่งในกรณีนี้ก.ล.ต.ได้ใช้เวลานานกว่า 1 ปี ดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าว

