‘จุรินทร์’ กล่อมเวียดนาม เลิกใช้มาตรการกีดกันนำเข้า ‘ยา สุกร น้ำตาลทราย’

‘จุรินทร์’ กล่อมเวียดนาม เลิกใช้มาตรการกีดกันนำเข้า ‘ยา สุกร น้ำตาลทราย’

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการหารือกับนายฟาน จี๊ ทัญ เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจําประเทศไทยว่า ไทยและเวียดนามเห็นพ้องผลักดันการค้าสองฝ่ายให้ถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.5 แสนล้านบาทให้เร็วที่สุด จากปี 2563 มีการค้ารวม 2 ฝ่ายเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.1 แสนล้านบาท ส่วน 4 เดือนแรกปีนี้การค้า 2 ฝ่ายขยายตัว 20%

นายจุรินทร์กล่าวว่า ประเทศเวียดนามถือคู่ค้าอันดับ 6 ของไทยในโลก และเป็นลำดับ 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน สินค้าที่ไทยส่งออกไปเวียดนามส่วนมากรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าที่เวียดนามส่งมาไทย โทรศัพท์มือถือ น้ำมันดิบ เป็นต้น

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า เวียดนามได้หยิบยก 2 ประเด็นในการหารือ 1.ขอยืนยันให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการร่วมการค้าไทย-เวียดนาม ในเดือนสิงหาคมนี้ 2.เวียดนามสนับสนุนที่ไทยสนับสนุนให้ทุกประเทศสามารถใช้สิทธิพิเศษในการผลิตวัคซีน โดยให้เหตุผลสุขอนามัยของประชาชน (CL วัคซีน) และปลอดการบังคับใช้สิทธิบัตรชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ สามารถผลิตวัคซีนได้ จะได้กระจายวัคซีนไปทั่วโลก ทั้งประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา

“ท่านทูตเวียดนามสนับสนุนความเห็นของผมเรื่องนี้ และประเทศไทยขณะนี้มีโรงงานผลิตวัคซีนเองคือสยามไบโอไซเอนซ์ ถ้ามาตรการทั้งสองอันนี้บังคับใช้ได้ เรามีโอกาสในการช่วยผลิตวัคซีนและส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ต้องการ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนของเราและเวียดนามได้ด้วย” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า ในส่วนของไทยได้ยก 5 ประเด็นในการหารือคือ ขอให้เวียดนามช่วยประชาสัมพันธ์งานจับคู่ธุรกิจออนไลน์ที่ไทยจะจัดขึ้นวันที่ 4-5 ส.ค.นี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกร่วมกัน 2.ขอให้ประสานเปิดด่านเวียดนามฝั่งจีนโหย่วอี้กวน เพื่อเชื่อมไปยังจีน ที่กำลังติดปัญหาล่าช้า ทำให้สินค้าจากไทยได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ 3.ขอให้ทางการเวียดนามลดกฎระเบียบการตรวจสอบคุณภาพยา เพราะปัจจุบันเวียดนามเพิ่มกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น นอกเหนือจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งไม่อ้างอิงกับกฎระเบียบที่กลุ่มประเทศอาเซียนปฏิบัติร่วมกัน

นายจุรินทร์กล่าวว่า 4.ขอให้เวียดนามทบทวนการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) และตอบโต้การอุดหนุน (ซีวีดี) สินค้าน้ำตาลทรายที่นำเข้าจากไทย ซึ่งทางเวียดนามจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ซึ่งหากถูกใช้ 2 มาตรการจะที่ส่งผลให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าน้ำตาลจากไทย จากปกติเสียภาษีนำเข้า 5% จะถูกเพิ่มภาษีตามมาตรการอีก 46% รวมเป็น 51% จะส่งผลต่อความสามารถการแข่งขันสินค้าไทยในเวียดนาม และ 5.ขอให้เวียดนามผ่อนคลายขั้นตอนการตรวจสอบด้านสุขอนามัยการนำเข้าสุกรจากไทย โดยไทยขอยืนยันว่าเข้มงวดทุกขั้นตอนและทุกล็อตของการส่งออก ขอให้เวียดนามมั่นใจว่าสุกรของไทยมีคุณภาพ ทั้งนี้ ไทยส่งออกสุกรไปเวียดนามปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon