‘โกลเบล็ก’ ให้กรอบดัชนี 1,590-1,630 จุด ลุ้นฉีดวัคซีนในประเทศ หนุนหุ้นไทยไปต่อ

‘โกลเบล็ก’ ให้กรอบดัชนี 1,590-1,630 จุด ลุ้นฉีดวัคซีนในประเทศ หนุนหุ้นไทยไปต่อ

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป มีโอกาสแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด รวมถึงการติดตามความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนของรัฐบาล แม้ศบค. จะรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ลดลงจากระดับ 3 พันคนต่อวัน เหลือ 2 พันคนต่อวัน แต่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังมีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และในต่างจังหวัดบางแห่งยังพบคลัสเตอร์ใหม่เช่นกัน โดยประเมินปัจจัยบวกในประเทศ เป็นการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งในกทม. ซึ่งเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา และในต่างจังหวัดเร่งระดมฉีดวัคซีนมากขึ้น รวมถึงการเร่งเปิดประเทศรับต่างชาติแบบจำกัดพื้นที่ ผ่านภูเก็ตโมเดล ซึ่งจะเริ่มในวันที่1 กรกฎาคมนี้ และกรณีที่สหรัฐฯ จะแบ่งปันวัคซีนให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตามแผนแบ่งปันวัคซีนรวมทั้งสิ้น 80 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนมืถุนายนนี้ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ได้รับด้วย จึงคาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,630 จุด

นางสาววิลาสินี กล่าวว่า ปัจจัยในประเทศและต่างประเทศที่ต้องติดตามคือ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 1/2564 ของญี่ปุ่น-อียู และการเปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของอียู ส่วนสหรัฐเปิดเผยดุลการค้าเดือนเมษายน และตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน อัตราหมุนเวียนแรงงาน รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ด้านจีนรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) และดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) เดือนพฤษภาคม ส่วนสหรัฐ จะมีการรายงานสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนเมษายน และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และการประชุมนโยบายการเงิน และสหรัฐ รายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา การแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) รวมถึงการที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ปฏิเสธข้อเสนอของพรรครีพับลิกัน (GOP) ที่จะเพิ่มงบประมาณรายจ่ายด้านโครงการสาธารณูปโภคอีกประมาณ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากยอดเดิมที่เสนอไว้ก่อนหน้านี้ที่ราว 9.28 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำกว่างบประมาณที่ประธานาธิบดีสหรัฐต้องการด้วย

“กลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เลือกหุ้นที่มีโอกาสเข้าคำนวณดัชนี SET50 หรือบริษัทหลักทรัพย์ 50 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในรอบครึ่งปีหลัง 2564 ได้แก่ STGT- IRPC -STA -KCE และหุ้นที่มีโอกาสเข้าคำนวณ SET100 บริษัทหลักทรัพย์ 100 อันดับแรกในตลท. ได้แก่  STGT- RCL -TTA -DCC –PSL- PTL- SYNEX -SINGER โดยคาดว่าตลาดจะประกาศรายชื่อในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ และมีผลเริ่มใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้” นางสาววิลาสินี กล่าว

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนในทองคำ ประเมินกรอบราคาทองคำในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1,850-1,930 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์โดยแนะนำให้รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นมามากแล้วกว่า 7.6% ในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้เป็นเป้าหมายในการทำกำไรมากขึ้น โดยในระยะยาวประเมินว่า หากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น คาดว่าทองคำจะกลับมาทำผลงานได้ดีกว่าภาพรวมตลาด (outperform) สินทรัพย์อื่นๆ อีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นายกฯ’ แจ้ง ครม.ปูพรมฉีดวันแรกไปกว่า 4 แสนคน จัดแผนส่งวัคซีนเป็นรายสัปดาห์
บทความถัดไปชาวบ้านผวา ศพชายนิรนามเปลือยกายลอยลำตะคอง