หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘พิพัฒน์’ เผย...

‘พิพัฒน์’ เผย 2 กลุ่ม สหรัฐ-ทหารอังกฤษ มาภูเก็ตแน่ ขอคลัง 1 หมื่นล. ตั้งกองทุนช่วยเอกชน

10.06.21 | 12:07 น.

‘พิพัฒน์’ เผย 2 กลุ่ม สหรัฐ-ทหารอังกฤษ มาภูเก็ตแน่ ขอคลัง 1 หมื่นล. ตั้งกองทุนช่วยเอกชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า แผนการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านภูเก็ตโมเดล ซึ่งจะเปิดในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ล่าสุดได้กำหนดเงื่อนไขให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องพักอยู่ในภูเก็ตเป็นเวลา 14 วัน จากเดิม 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อ 3 ครั้ง คือ วันเดินทางเข้าพื้นที่วันแรก วันที่ 6 และวันที่ 12 โดยเบื้องต้นมองว่าเงื่อนไขดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อความสนใจ และความต้องการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง จากที่คาดว่าเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีต่างชาติเข้ามาจำนวน 29,7000 คน ลดลงเหลือเพียง 50% เท่านั้น จึงจะขอพิจารณาผลดำเนินการเปิดภูเก็ตรับต่างชาติในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 กระเพื่อมขึ้นมาใหม่หรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการหลุดเข้ามาของเชื้อไวรัสจนเกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้น จะนำเสนอให้ลดวันพักในภูเก็ตเหลือ 7 วันเท่านั้น โดยยังยืนยันเป้าหมายคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวไทย ทั้งไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 129,000 คน เพราะแม้เดือนกรกฎาคม จะมีต่างชาติเข้ามาน้อยลง แต่เชื่อว่าในเดือนสิงหาคม-กันยายน จะมีต่างชาติทยอยเข้ามามากขึ้น เนื่องจากกว่ารายละเอียดและเงื่อนไขที่ชัดเจนจะผ่านการอนุมัติออกมา คาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ทำให้การจำหน่ายแพคเกจทัวร์ของตัวแทนทัวร์นำเที่ยวในต่างประเทศ และการเตรียมพร้อมเข้ามาของต่างชาติต้องใช้เวลาสักระยะ ทำให้ต่างชาติน่าจะเริ่มเข้ามามากขึ้นหลังเดือนกรกฎาคมนี้


“การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส3 นี้ ถือเป็นการทดลองนำร่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ ว่าประเทศไทยมีพื้นที่ปลอดภัยพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว โดยความสำคัญอยู่ที่ไตรมาส 4 หรือไตรมาสสุดท้ายของปี ที่จะเปิดรับต่างชาติให้มาเที่ยวเป็นจำนวน 10 จังหวัด ซึ่งเชื่อว่าจะมีต่างชาติเข้ามาจำนวนมากกว่าไตรมาส 3 แน่นอน รวมถึงหากจีนมีนโยบายอนุญาตให้พลเมืองออกนอกประเทศได้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมากแน่นอน” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากหารือร่วมกับเอกชนภาคการท่องเที่ยว พบว่ามีข้อเสนอ 5 ข้อ ได้แก่ 1.เร่งฉีดวัคซีนต้านไวรัสให้กับบุคลากรในภาคการท่องเที่ยว 2.การสมทบค่าจ้างพนักงาน 50% ระหว่างเอกชนและรัฐบาล (โคเพย์) 3.การจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาภาคการท่องเที่ยว 4.กระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทย ผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย รวมถึงโครงการกระตุ้นเพิ่มเติมอื่นๆ และ 5.การเปิดภูเก็ตโมเดลรับต่างชาติ 1 กรกฎาคมนี้ สามารถปรับเงื่อนไขให้อยู่ในพื้นที่น้อยลงได้หรือไม่ และอนุญาตให้คนไทยเข้าไปเที่ยวในพื้นที่แบบไม่ต้องทำการตรวจหาเชื้อ สำหรับการขอจัดตั้งกองทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้ได้วางแผนในการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อของบประมาณในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว มูลค่า 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาทิ บริษัททัวร์นำเที่ยว โรงแรม รถนำเที่ยว นวดสปา โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อาจผ่อนคลายเงื่อนไขให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านการให้ผู้ประกอบการค้ำไขว้ หรือการค้ำประกันระหว่างเอกชนกันเอง โดยจะพยายามออกมาให้ได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีลมหายใจต่อไปได้

ทั้งนี้ จากการรายงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในภูเก็ตพอสมควร โดยที่ยืนยันชัดเจนแล้ว มี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกจากสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามาภูเก็ตในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ และเข้ามาอีกกลุ่มใหญ่ในช่วงปลายเดือนเดียวกัน คือ กลุ่มทหารเรือจากอังกฤษ ซึ่งเข้ามาในภูมิภาค เพื่อทำการซ้อมรบและมาแวะพักที่จังหวัดภูเก็ต อีกประมาณ 400 – 500 คน ประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรป และทวีปอเมริกา จะมีทยอยเข้ามาต่อเนื่อง ส่วนประเทศในกลุ่มเอเชียใต้ ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้เข้ามาในประเทศไทย เพราะต้องรอให้สถานการณ์ในประเทศนั้นคลี่คลายลงก่อน โดยภายในเดือนมิถุนายนนี้ คนในภูเก็ตจะฉีดวัคซีนครบ 70% ซึ่งครอบคลุมจำนวนประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นวัยทำงาน ส่วนอีก 30% ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนที่ยังต้องรอวัคซีนที่ได้รับการรับรองว่า ฉีดให้กับเยาวชนได้หรือไม่ โดยหากฉีดวัคซีนและนำร่องเปิดภูเก็ตรับต่างได้แบบไม่มีปัญหาเกิดขึ้น จะขยายฉีดวัคซีนและเปิดในอีก 9 พื้นที่นำร่องเปิดรับต่างชาติ เพื่อให้ครบ 10 จังหวัดรับต่างชาติในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

Advertisement