“ศักดิ์สยาม” จ่อฟ้องศาลปกครองขอรื้อคดีโฮปเวลล์ใหม่มั่นใจรัฐอาจไม่ต้องเสียค่าโง่กว่า 2.4หมื่นล.

“ศักดิ์สยาม” จ่อฟ้องศาลปกครองขอรื้อคดีโฮปเวลล์ใหม่มั่นใจรัฐอาจไม่ต้องเสียค่าโง่กว่า 2.4หมื่นล.

 

“ศักดิ์สยาม” จ่อฟ้องศาลปกครองขอรื้อคดีโฮปเวลล์ใหม่ มั่นใจประเด็นการนับอายุคดีความที่เกี่ยวข้องกับโฮปเวลล์นั้นหมดอายุความไปแล้ว อาจทำให้รัฐไม่ต้องจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้านบาทสัปดาห์หน้าคมนาคมเรียกประชุมด่วน!เพื่อสรุปข้อเท็จจริง รายละเอียดการต่อสู้คดี

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงคมนาคม ได้มีการพิจารณาคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองสูงสุด กรณีคดีโครงการถนนและทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือ โครงการโฮปเวลล์โดยอย่างละเอียดแล้ว มีความเห็นว่า กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จะขอรื้อฟื้น คดีโฮปเวลล์ใหม่ และจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลางภายในเดือน มิ.ย.นี้ เนื่องจากได้พบประเด็น เรื่องการนับอายุความฟ้องคดี ตามตัวบทกฎหมาย

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นดังกล่าง และให้มีผลต่อรูปคดีที่จะทำให้รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมอาจจะไม่ต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ ประเทศไทย(จำกัด) มูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะเข้ายื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางให้ดำเนินการวินิจฉัยประเด็นนี้ใหม่ เพื่อให้คดีเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าอายุความของคดีดังกล่าวควรเริ่มนับตั้งแต่เมื่อไร

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า นอกจากนั้น ในระหว่างที่กระทรวงคมนาคม จะรื้อฟื้นคดีโฮปเวลล์ใหม่นั้น ทางรฟท. จะขอใช้สิทธิทางศาลขอชะลอการชดเชยความเสียหายจากการยุติโครงการ ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ รฟท. ชดเชยค่าเสียหายให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ ประเทศไทย(จำกัด) ออกไปก่อน ทั้งนี้ ภายในสัปดาห์นี้ คณะทำงานหาผู้กระทำผิดทางละเมิดที่มี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน จะมีการประชุมเพื่อสรุปข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมการขอรื้อฟื้นคดีโฮปเวลล์ รวมทั้ง กำหนดทิศทางก่อนมีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ ทางศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำพิพากษาชี้ว่า ศาลปกครองสูงสุดที่ได้กำหนดการนับอายุความฟ้องคดีปกครอง ตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค. 2544 มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ เข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ย.45 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครอง ที่กำหนดให้นับอายุความฟ้องคดีปกครอง ตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค.2544 มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ นั้นเข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 197 วรรคสี่ โดยให้เหตุผลว่า แม้เป็นการออกระเบียบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 มาตรา 44 แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง

นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องของกระทรวงคมนาคมและ รฟท. ขอให้วินิจฉัยว่า การที่ศาลปกครองสูงสุด นำมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดครั้งดังกล่าว ที่ไม่ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย คือ ไม่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้หรือไม่ รวมทั้งการกำหนดให้เริ่มนับอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 44 ซึ่งผิดไปจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 51 ที่บัญญัติว่าให้เริ่มนับระยะเวลาอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนมติหรือการกระทำดังกล่าว

ดังนั้น การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า มติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลต่อการที่กระทรวงคมนาคม และรฟท.จะยื่นรื้อคดีใหม่ ทั้งประเด็นการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการนับอายุความของคดีที่ถูกต้องว่าคดีดังกล่าวหมดอายุความไปก่อนหน้านั้นหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นิพนธ์ ระดมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อน “โคะงุมะ” กระทบภาคเหนือ อีสาน กลาง ของไทย
บทความถัดไป‘ซน ฮึง มิน’ ฉลองประตูโสมขาวส่งกำลังใจให้ ‘อีริกเซ่น’ เข้มแข็งเข้าไว้