ส.ภัตตาคาร ชง “บิ๊กตู่” ตั้งกก.ร่วม หามาตรการเยียวยาร้านอาหารก่อนกิจการกว่าแสนปิดตัว

 

ส.ภัตตาคาร ชง “บิ๊กตู่” ตั้งกก.ร่วม หามาตรการเยียวยาร้านอาหารก่อนกิจการกว่าแสนปิดตัว

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ทางสมาคมฯจะเสนอให้ศบค.เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเป็นการเฉพาะเกี่ยวกับภัตตาคารและร้านอาหาร ที่ประกอบด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร เพื่อหามาตรการเยียวยาและช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการและปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการร้านอาหารเป็นกลุ่มเอสเอ็มอี และที่ผ่านมาไม่มีปากเสียงต่อการเข้าร้องเรียนโดยตรงกับภาครัฐ แนวคิดตั้งคณะกรรมการดูแลโดยตรง เพราะร้านอาหารถือเป็นหนึ่งในภาคบริการ มีเครือข่ายห่วงโซ่เกี่ยวข้องกับหลายธุรกิจและจำนวนคนเป็นล้านๆคน และยังเป็นการรองรับแรงงานที่ตกงานจากหลากหลายอาชีพ ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการร้านอาหารประสบปัญหา ก็จะกระทบเป็นวงกว้างทั้งธุรกิจและแรงงาน

“เราวิตกว่าหากหลังเดือนมิถุนายนนี้การแพร่ระบาดยังไม่คลี่คลายดีขึ้น จะยิ่งกดดันกำลังซื้อประชาชน กระทบร้านอาหารปิดตัว แม้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น คนละครึ่ง แต่ข้อจำกัดการเปิดร้าน หรือ กำลังซื้อประชาชนไม่ได้มากขึ้น ก็ไม่ได้ส่งผลต่อผู้ประกอบการอาหาร อีกทั้งที่ผ่านมา มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการก็ไม่ได้ตรงจุด เราต้องการสินเชื่อเงินไม่ได้มาก 5 หมื่นถึง 1 แสนบาท/รายในเบื้องต้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนซื้อสินค้าหรือประคองแรงงาน ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือ ปัญหาต้นทุนสูง อย่างเปิดร้านได้น้อยก็ขายออนไลน์แต่เจอเรื่องถูกเก็บค่าบริการ(จีพี)จัดส่งดิลิเวอรี่ จากเจ้าของแพลตฟอร์ม ทำให้รายได้จริงไม่พอค่าใช้จ่าย เมื่อเรามีคณะกรรมการก็ดีต่อการเจรจาเพื่อให้ผ่อนปรนค่าจีพีเพื่อช่วยเหลือระหว่างกันมากขึ้น เช่น ลด 50% จนกว่าโควิดรุนแรงจะดีขึ้น อีกทั้ง การมีคณะกรรมการร่วม จะได้รู้ข้อมูลแท้จริง เช่น ดูตัวเลขร้านอาหารจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์มีเพียง 1.5 หมื่นราย แต่ไปดูจำนวนร้านอาหารเสียภาษีกับกระทรวงการคลังมีเป็นแสนๆราย ที่เสี่ยงปิดตัวจากหมดสายป่านหลังแบกภาระขาดรายได้จากมาตรการเข้มช่วงโควิด ที่เราเสนอพียงให้เกิดการช่วยเหลือได้จริง ตรงจุด และรวดเร็ว บนกติกาที่เหมาะสม ” นางฐนิวรรณ กล่าว

นางฐนิวรรณ กล่าว่า จะยังไม่มีการนำเสนอในการปลดล็อกหรือผ่อนปรนอะไรในช่วงนี้ เพราะยังเห็นจำนวนตัวเลจขผู้ติดเชื้อต่อวันยังสูง และการกระจายฉีดวัคซีนเพิ่งเริ่้มดำเนินการ จึงเชื่อว่าศบค.จะพิจารณาถึงความเหมาะสมต่อไป ที่ผู้ประกอบการต้องการตอนนี้คือความช่วยเหลือเฉพาะหน้าที่ให้ร้านเปิดได้ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเลิกร้านเพิ่มขึ้น จะชัดเจนมากขึ้นหลังมิถุนายนนี้ โดยเฉพาะร้านในต่างจังหวัด ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาว่างงานและขาดรายได้อย่างรุนแรง อีกเรื่องที่อยากให้ศบค.พิจารณาคือ ควรใช้การสั่งปิดร้านอาหารเฉพาะร้านที่เจอโควิดและไม่ปฎิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด เพราะยังเห็นบางร้านค้าไม่จำกัดจำนวนคนนั่ง หรือ เปิดค้าแบบไม่มีมาตรการป้องกัน ดีกว่าจะเหมาใช้มาตรการเดียวในพื้นที่หรือทั้งจังหวัด เพื่อให้ผู้ประกอบการปฎิบัติได้ตามมาตรการไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แพทย์ประจำทีมเดนมาร์กเผย อีริกเซ่นมีอาการหัวใจวาย แต่ใช้เครื่องปั๊มหัวใจรอบเดียวก็กลับมาเต้น
บทความถัดไปนิชิโนะ ติวเข้มแทคติกทัพช้างศึกดวลเสือเหลือง สั่งระวังแข้งโอนสัญชาติ