‘ศูนย์ข้อมูลฯ’ ชี้ตลาดอสังหาฯใต้ยังซบ อัตราดูดซับต่ำเหลือขายอื้อกว่า 1.6 หมื่นยูนิต

 

“ศูนย์ข้อมูลฯ” ชี้ตลาดอสังหาฯใต้ยังซบ อัตราดูดซับต่ำเหลือขายอื้อกว่า 1.6 หมื่นยูนิต

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่าการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ภาคใต้ ในพื้นที่ที่ทำการสำรวจ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายลดลงร้อยละ -0.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 (YoY) และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 6 Half ล่าสุด โดยเป็นการลดลงของบ้านจัดสรร ร้อยละ -6.6 และแต่อาคารชุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 เมื่อพิจารณาจากอัตราการเปลี่ยนแปลงของโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ มีจำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ -19.2 และยูนิตขายได้ใหม่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงลดลงร้อยละ -32.8 ส่งผลให้หน่วยเหลือขายกลับมีอัตราการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2562

โดยภาพรวมพบว่าที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย ณ ครึ่งหลังปี 2563 ของภาคใต้ลดลงเกือบทุกจังหวัด โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีการลดลงมากที่สุด ร้อยละ -8.8 รองลงมาคือจังหวัดนครศรีธรรมราช ลดลงร้อยละ -3.8 จังหวัดภูเก็ต ลดลงร้อยละ -2.2 ซึ่งสงขลาเป็นจังหวัดเดียวที่มีจำนวนที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ที่มีหน่วยเปิดขายใหม่มากที่สุด รวม 1,260 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 4,017 ล้านบาท รองลงมาคือจังหวัด ภูเก็ต มียูนิตเปิดขายใหม่รวม 423 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 1,836 ล้านบาท ส่วนจังหวัด สุราษฎร์ธานี เปิดขายใหม่รวม 324 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 998 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จำนวนยูนิตเหลือขาย และขายได้ใหม่ ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตาโดย ณ ครึ่งหลัง ปี 2563 ในภาคใต้ มีอุปทานเหลือขายจำนวน 15,952 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 70,632 ล้านบาท จำแนกเป็นบ้านจัดสรร 9,798 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 40,753 ล้านบาท และอาคารชุด 6,154 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 29,879 ล้านบาท เมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้างของยูนิตเหลือขายทั้งหมด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 45.5 อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รองลงมาร้อยละ 34.4 ยังไม่ก่อสร้าง และที่เหลือร้อยละ 20.0 ก่อสร้างเสร็จแล้ว หากแยกตามประเภทที่อยู่อาศัยพบว่า บ้านจัดสรรส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.6 อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยยังไม่ก่อสร้างร้อยละ 35.8 และสร้างเสร็จแล้วร้อยละ 21.6 ส่วนอาคารชุดส่วนใหญ่อยู่ระหว่างก่อสร้างร้อยละ 50.2 ยังไม่ก่อสร้างร้อยละ 32.3 และสร้างเสร็จแล้วร้อยละ 17.5 ตามลำดับ

ผลสำรวจจังหวัดภูเก็ต จำนวนที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขาย ณ ครึ่งหลังปี 2563 มีอัตราลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ -2.2 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 9,044 ยูนิต ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรร 3,384 ยูนิต หรือร้อยละ 37.4 เป็นโครงการอาคารชุด 5,660 ยูนิต หรือร้อยละ 62.6 และเป็นโครงการเปิดขายใหม่ในครึ่งหลังปี 2563 เพียง 423 ยูนิต มีอัตราลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ -65.0 มียูนิตขายได้ใหม่จำนวน 443 ยูนิต ซึ่งการขายได้ใหม่นี้มีอัตราลดลงถึงร้อยละ -72.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียูนิตเหลือขายสะสมจำนวน 8,601 ยูนิต หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 เมื่อจำแนกตามราคาพบว่ายูนิตเหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวน 3,383 ยูนิต ขณะที่ยูนิตขายได้ใหม่มากที่สุดก็ยังคงอยู่ในช่วงราคา 3.01-5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 170 ยูนิต สำหรับยูนิตเหลือขายที่สร้างเสร็จ หรือ Inventory ในครึ่งหลัง ปี 2563 ในจังหวัดภูเก็ต มีจำนวนทั้งหมด 1,335 ยูนิต เป็นอาคารชุด 878 ยูนิต คิดเป็นร้อยละ 65.8 ของ Inventory ทั้งหมด และบ้านจัดสรร 457 ยูนิตคิดเป็นร้อยละ 34.2 ของ Inventory ทั้งหมด

ดร.วิชัยกว่าวว่า สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภูเก็ต ปี 2564 คาดว่าในจังหวัดภูเก็ต ปี 2564 คาดการณ์ว่าในช่วง H1/64 โครงการเปิดขายใหม่ จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 6.3 และ H2/64 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก H2/63 ร้อยละ 296.7 รวมคาดว่ามียูนิตเปิดใหม่ปี 2564 จำนวน 3,005 ยูนิต มูลค่า 17,045 ล้านบาท ด้านยูนิตขายได้ใหม่ ช่วง H1/64 จะต่ำกว่า H1/63 ร้อยละ -19.8 โดย H2/64 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.2 จาก H2/63 ยูนิตขายได้รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 1,246 ยูนิต มูลค่า 5,402 ล้านบาท ส่วนยูนิตเหลือขาย H1/64 จะเพิ่มจาก H1/63 ร้อยละ 3.5 ส่วน H2/64 จะลดลงร้อยละ -1.5 เมื่อเทียบกับ H2/63 สำหรับยูนิตเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 จะมีประมาณ 8,468 ยูนิต มูลค่า 47,775 ล้านบาท ด้านอุปสงค์ การโอนกรรมสิทธิ์ H1/64 ยูนิตโอนกรรมสิทธิ์จะเพิ่มขึ้นจาก H1/63 ร้อยละ 19.9 และมูลค่าโอนฯจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.0 ส่วน H2/64 มีแนวโน้มว่าหน่วยโอนกรรมสิทธิ์จะเพิ่มขึ้นจาก H2/63 ร้อยละ 19.1 และมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.8 เมื่อเทียบกับ H2/63 โดย ปี 2564 มียูนิตโอนกรรมสิทธิ์รวมประมาณ 6,374 ยูนิตมูลค่ารวม 21,161 ล้านบาท

ดร.วิชัยกล่าวว่า ผลสำรวจจังหวัดสงขลา จำนวนที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายมีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 4,250 ยูนิต ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,951 ยูนิต หรือร้อยละ 69.4 เป็นโครงการอาคารชุด 1,299 ยูนิต หรือร้อยละ 30.6 และเป็นโครงการเปิดขายใหม่ในครึ่งหลังปี 2563 จำนวน 1,260 ยูนิต โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 สำหรับยูนิตขายได้ใหม่ มีจำนวน 950 ยูนิต ซึ่งการขายได้ใหม่นี้มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียูนิตเหลือขายสะสมจำนวน 3,300 ยูนิตหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 เมื่อจำแนกตามราคาพบว่ายูนิตเหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวน 1,285 ยูนิต ขณะที่ยูนิตขายได้ใหม่มากที่สุดอยู่ในช่วงราคา 2.01-3.00 ล้านบาท โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 473 ยูนิต

ดร.วิชัยกล่าวว่า ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดสงขลา ปี 2564 คาดว่าในช่วง H1/64 หน่วยเปิดใหม่จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 19.5 และ H2/64 จะลดลงร้อยละ -54.0 จาก H2/63 โดยยูนิตเปิดใหม่รวมในปี 2564 คาดว่าจะมี 1,124 ยูนิต มูลค่า 3,991 ล้านบาท ยูนิตขายได้ใหม่ H1/64 จะต่ำกว่า H1/63 ร้อยละ -8.9 ช่วง H2/64 จะยังคงลดลงต่อเนื่องร้อยละ -46.3 จาก H2/63 หน่วยขายได้รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 962 ยูนิต มูลค่า 3,043 ล้านบาท สำหรับยูนิตเหลือขาย H1/64 หน่วยเหลือขายจะเพิ่มจาก H1/63 ร้อยละ 16.9 และ H2/64 ยูนิตเหลือขายจะยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 เมื่อเทียบกับ H2/63 สำหรับยูนิตเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 จะมีประมาณ 3,690 ยูนิตมูลค่า13,183 ล้านบาท

ผลสำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายมีอัตราลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ -8.8 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 2,906 ยูนิต ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,737 ยูนิต หรือร้อยละ 94.2 เป็นโครงการอาคารชุด 169 ยูนิต หรือร้อยละ 5.8 และเป็นโครงการเปิดขายใหม่ในครึ่งหลังปี 2563 จำนวน 324 ยูนิต มีอัตราลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ -41.7 มียูนิตขายได้ใหม่จำนวน 331 ยูนิต ซึ่งการขายได้ใหม่นี้มีอัตราเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 39.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียูนิตเหลือขายสะสมจำนวน 2,575 ยูนิต หรือลดลงร้อยละ -12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 เมื่อจำแนกตามราคาพบว่ายูนิตเหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท โดยมีจำนวน 1,147 ยูนิต ขณะที่ยูนิตขายได้ใหม่มากที่สุดอยู่ในช่วงราคา 3.01-5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 94 ยูนิต

ดร.วิชัยกล่าวว่า สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2564 สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยูนิตเปิดขายใหม่ H1/64 จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 926.5 โดย H2/64 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จาก H2/63 ส่วนยูนิตเปิดใหม่รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 714 ยูนิต มูลค่า 2,445 ล้านบาท โดยยูนิตขายได้ใหม่ H1/64 จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 59.8 ส่วน H2/64 จะลดลงร้อยละ -27.8 จาก H2/63 ซึ่งยูนิตขายได้รวมในปี 2564 คาดว่าจะมี 450 ยูนิต มูลค่า 1,270 ล้านบาท โดยคาดว่ายูนิตเหลือขาย H1/64 จะเพิ่มจาก H1/63 ร้อยละ 4.5 และ H2/64 ยูนิตเหลือขายจะยังคงเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 16.7 เมื่อเทียบกับ H2/63 สำหรับยูนิตเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 จะมีประมาณ 3,006 ยูนิต มูลค่า 9,507 ล้านบาท ในส่วนของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย H1/64 คาดว่าจำนวนยูนิตโอนฯ จะลดลงจาก H1/63 ร้อยละ -7.3 แต่มูลค่าโอนฯ จะเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 20.6 และ H2/64 มีแนวโน้มว่ายูนิตโอนฯ จะเพิ่มจาก H2/63 ร้อยละ 29.9 และมูลค่าโอนฯ จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.7 เมื่อเทียบกับ H2/63 สำหรับยูนิตโอนและมูลค่าการโอนฯ รวมปี 2564 จะมีประมาณ 3,919 ยูนิต มูลค่า 9,707 ล้านบาท

ผลสำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีจำนวนที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขาย ณ ครึ่งหลังปี 2563 มีอัตราลดลงร้อยละ -3.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 1,565 ยูนิต ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,520 ยูนิต หรือร้อยละ 97.1 เป็นโครงการอาคารชุด 45 ยูนิต หรือร้อยละ 2.9 และเป็นโครงการเปิดขายใหม่ในครึ่งหลังปี 2563 จำนวน เพียง 97 ยูนิต ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการบ้านจัดสรร หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 สำหรับยูนิตขายได้ใหม่ มีจำนวน 89 ยูนิต ซึ่งการขายได้ใหม่นี้มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเหลือขายสะสมจำนวน 1,476 ยูนิต หรือลดลงร้อยละ -4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,433 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97.1 ของยูนิตเหลือขายทั้งหมด เมื่อจำแนกตามราคาพบว่ายูนิตเหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวน 816ยูนิต ขณะที่ยูนิตขายได้ใหม่มากที่สุดก็ยังคงอยู่ในช่วงราคา 3.01-5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 43 ยูนิต

ดร.วิชัยกล่าวว่า สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2564 เปิดขายใหม่ H1/64 เพิ่มจาก H1/63 มาประมาณ 86 ยูนิต จากที่ H1/63 ไม่มีเปิดใหม่เลย โดย H2/64 คาดว่าจะลดลงร้อยละ -9.3 จาก H2/63 หน่วยเปิดใหม่รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 174 ยูนิต มูลค่า 773 ล้านบาท ยูนิตขายได้ใหม่ H1/64 จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 73.5 ส่วน H2/64 จะลดลงร้อยละ -23.6 จาก H2/63 และยูนิตขายได้รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 127 ยูนิต มูลค่า 441 ล้านบาท สำหรับที่เหลือขาย H1/64 จะเพิ่มจาก H1/63 ประมาณร้อยละ 13.7 และ H2/64 ยูนิตเหลือขายจะยังคงเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.5 เมื่อเทียบกับ H2/63 ยูนิตเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 จะมีประมาณ 1,778 ยูนิต มูลค่า 6,232 ล้านบาท

ดร.วิชัยกล่าวว่า ด้านอุปสงค์ การโอนกรรมสิทธิ์ H1/64 โอนกรรมสิทธิ์จะลดลงจาก H1/63 ร้อยละ -38.1 และมูลค่าโอนฯ จะลดลงร้อยละ -21.4 สำหรับ H2/64 มีแนวโน้มว่าโอนฯ จะเพิ่มจาก H2/63 ร้อยละ 8.9 และมูลค่าโอนฯ จะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 30.4 เมื่อเทียบกับ H2/63 ส่วนโอนฯ และมูลค่าการโอนฯ รวมปี 2564 จะมีประมาณ 2,778 ยูนิต มูลค่า 5,640 ล้านบาท

ดร.วิชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้ประมาณการทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยภาคใต้ในพื้นที่สำรวจ ปี 2564 โดยคาดว่า ณ ครึ่งแรกปี 2564 จะมีที่อยู่อาศัยรอการขายจำนวน 16,738 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 76,070 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 16,941 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 76,697 ล้านบาท ในครึ่งหลังปี 2564 ในขณะที่อัตราดูดซับต่อเดือนของบ้านจัดสรร คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.1 ในครึ่งแรกปี 2564 และอยู่ที่ร้อยละ 1.2 ในครึ่งหลังปี 2564 ส่วนอัตราดูดซับต่อเดือนของอาคารชุดคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ในครึ่งแรกปี 2564 และอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ในครึ่งหลังปี 2564 สำหรับการเคลื่อนไหวด้านการเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 2,308 ยูนิต ในครึ่งแรกปี 2564 และเปิดใหม่อีก 2,711 ยูนิต ในครึ่งหลังปี 2564 ในขณะที่จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ ณ ครึ่งแรกปี 2564 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 8,663 ยูนิตมูลค่า 22,400 ล้านบาท และโอนกรรมสิทธิ์จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 9,893 ยูนิต มูลค่า 25,125 ล้านบาท ในครึ่งหลัง ปี 2564

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ก.อุตตั้งศูนย์ติดตามเฟค นิวส์ ชี้แจงข่าวรวดเร็ว ฉับไว ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ปชช.ทันที
บทความถัดไปลูกชาย ‘เฮียซ้ง’ เผย พ่ออาการดี ตื่นตัว-ตอบสนอง กินอาหารทางสายยางได้ ขับถ่ายปกติ