ครม.เห็นชอบหลักการ กรอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 วงเงิน 2.733 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.5 นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแถลงว่า การจัดทำงบตั้งอยู่บนสมมุติฐาน เศรษฐกิจประเทศขยายตัวร้อยละ 4 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 2 แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำปี 2.121 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่รายจ่ายงบลงทุนอยู่ที่ 5.46 แสนล้านบาท คิดเป็น 20% เพิ่มขึ้นจากปี 2559 จำนวน 0.4% และมีรายจ่ายชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% ขณะเดียวกันสำนักงบฯประมาณการรายได้อยู่ที่ 2.343 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 1.3 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการจัดทำงบฯแบบขาดดุลที่ 3.9 แสนล้านบาท เท่ากับปีที่แล้ว
รัฐมีข้อจำกัดเรื่องจัดเก็บรายได้ ไม่สามารถจัดทำงบประมาณในวงเงินสูงกว่านี้ ในขณะที่มีความจำเป็นต้องใช้งบเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบาย ขับเคลื่อนประเทศ อย่างไรก็ตามในยามเศรษฐกิจประเทศซบเซา อันเนื่องมาจากปัจจัยภายนอก และปัจจัยการเมือง-เศรษฐกิจในประเทศประกอบกัน รัฐกลับไม่สามารถใช้เครื่องมือทางการคลัง กระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก ดังเห็นได้จากงบประมาณของประเทศในปีงบประมาณ 2560 ส่วนใหญ่เป็นงบค่าใช้จ่ายประจำ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1% ในขณะที่งบลงทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการปลุกฟื้นเศรษฐกิจอย่างมาก สัดส่วน 20% อยู่ในระดับเหมาะสมก็จริง หากแต่ก็เหมาะสมในภาวะปกติ ไม่ใช่ในสถานการณ์พิเศษเช่นปัจจุบัน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงน่าเป็นห่วงยิ่ง ประชาชนอาจเดือดร้อนไม่สิ้นสุดจากการที่เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว
รัฐเป็นผู้ใช้จ่ายรายใหญ่ การลงทุนภาครัฐมีผลโดยตรงต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดัชนีชี้วัดความอยู่ดีกินดีของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา การส่งออก เศรษฐกิจโลกพึ่งพิงไม่ได้ การลงทุนภาครัฐ จำเป็นและสำคัญ
มากยิ่งขึ้น ในฐานะเป็นหัวเชื้อนำร่อง สร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคเอกชน แต่เมื่อรัฐมีข้อจำกัด ไม่สามารถขยายวงเงินได้มากกว่านี้ สิ่งที่พึงทำได้คือขยาย และเร่งการลงทุนนอกงบประมาณให้โครงการต่างๆเกิดขึ้นได้จริงตามแผนงานอีกทาง ภายใต้กรอบวินัยการคลัง นักวิชาการบางคนระบุว่าการลงทุนไม่เกิด ทุกอย่างก็ไม่เกิด ในทางเศรษฐกิจการลงทุนน้อย ดอกผลที่จะเกิดขึ้นก็ย่อมน้อยตาม การลงทุนภาครัฐเป็นหัวใจการพัฒนาประเทศ ปีงบ 2560 รัฐจัดสรรเงินลงทุน 5.46 แสนล้านบาท อาจช่วยประคับประคองเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ยังจำเป็นต้องเร่งรัดการลงทุนรูปแบบอื่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ปากท้องประชาชน มิให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจมากเกินไป ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน
