นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) กล่าวภายหลังการหารือกับกลุ่มโรงานน้ำตาลในแนวทางการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ว่า ข้อกังวลหลักของโรงงานน้ำตาล คือ การกำหนดให้ต้องนำกากอ้อยและกากตะกอนกรอง เข้าไปรวมอยู่ในคำนิยามของผลพลอย และนำรายได้ส่วนนี้ไปอยู่ในระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70:30 ด้วย ดังนั้นกอน.จะเป็นตัวกลางในการไกลเกลี่ยผลประโยชน์ระหว่างโรงน้ำตาลกับชาวไร่อ้อยให้พอใจกับทุกฝ่ายมากที่สุด สุดท้ายหากไม่สามารถตกลงกันได้จะส่งให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งข้อสรุปทั้งหมดจะต้องเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้
นายสมศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ประเด็นเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์กองทุนใหม่ โดยกองทุนจะต้องทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ มีการจัดทำต้นทุนการผลิตน้ำตาล และต้นทุนการทำไร่อ้อย เพื่อให้เป็นฐานตัวเลขใช้ในการกำหนดการเก็บเงินเข้ากองทุน และยังเป็นตัววัดประสิทธิภาพการดำเนินงานของทั้งโรงงานผลิต และการปลูกอ้อยด้วยว่ามีประสิทธิภาพลดต้นทุนได้มากแค่ไหน ทั้งนี้ในการเก็บเงินเข้ากองทุน จะไม่กำหนดตายตัวว่าต้องมีจำนวนเท่าไร ขึ้นอยู่กับโรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยจะตกลงกันเองว่าควรจะเก็บเท่าไรในแต่ละปี อาจอิงกับตัวเลขต้นทุนกลางของกอน. อาทิ หากปีใดราคาน้ำตาลในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาก มีส่วนต่างระหว่างต้นทุนกับกำไรสูง ให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปตกลงว่าจะเก็บเท่าไร และเงินกองทุนนี้จะเปิดให้โรงงานกู้ยืมไปปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน รวมทั้งให้ชาวไร่อ้อยไปปรับปรุงกระบวนการผลิต การขุดบ่อเก็บน้ำ หรือเครื่องจักรการเกษตร หรือช่วยเหลือในยามที่ภาวะน้ำตาลโตกต่ำ

