กรณ์ ณรงค์เดช กับบทใหม่ ซีอีโอ ไรมอน แลนด์ ขับเคลื่อนภารกิจด้วย ‘ใจ’… ทำในสิ่งที่รัก ประกาศชัดไม่ได้มาเล่นๆ

กรณ์ ณรงค์เดช กับบทใหม่ ซีอีโอ ไรมอน แลนด์ ขับเคลื่อนภารกิจด้วย ‘ใจ’... ทำในสิ่งที่รัก ประกาศชัดไม่ได้มาเล่นๆ

กรณ์ ณรงค์เดช กับบทใหม่ ซีอีโอ ไรมอน แลนด์
ขับเคลื่อนภารกิจด้วย ‘ใจ’… ทำในสิ่งที่รัก
ประกาศชัดไม่ได้มาเล่นๆ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ คุณพ่อป้ายแดง พร้อมต้อนรับสมาชิกตัวน้อยสุดแสนน่ารักน่าเอ็นดูที่มาเติมเต็มครอบครัวให้แสนอบอุ่นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
และเหมือนว่าหนูน้อยจะมาร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานให้คุณพ่อคนนี้ “กรณ์ ณรงค์เดช” กับบทบาทใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน)

คนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกับ “กรณ์” ลูกชายคนเล็กของตระกูล “ณรงค์เดช” เจ้าของกลุ่มบริษัท เคพีเอ็น ที่ประกอบธุรกิจหลากหลาย กับบทบาทผู้บริหารในสายธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ภายใต้ปีกเคพีเอ็น แต่หลังจากคุณกรณ์และพี่ชาย-คุณกฤษณ์ ณรงค์เดช เข้าเป็นมาถือหุ้นไรมอน แลนด์ เมื่อปี 2561 ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของไรมอน แลนด์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 คุณกรณ์ก็มีอีกบทบาทหนึ่งในไรมอน แลนด์

ถือเป็นภารกิจสุดท้าทายที่มาพร้อม Passion กับไอเดียใหม่ๆ ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าคุณกรณ์ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการอสังหาฯ เคยผ่านงานบริหารโปรเจ็กต์อสังหาฯมาแล้วหลายโครงการ และเป็นงานชิ้นแรกๆ หลังเรียนจบด้านบริหารธุรกิจจากประเทศอังกฤษเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

คุณกรณ์เล่าว่า ในช่วงที่เรียนจบ ธุรกิจหลักของที่บ้านคืออุตสาหกรรมยานยนต์ การบริหารโรงงานไม่ใช่แนวที่ถนัด ขณะที่ตลาดอสังหาฯเมืองไทยขณะนั้น กระแสคอนโดมิเนียมเริ่มบูม “คุณพ่อ (เกษม ณรงค์เดช) เลยถามว่าสนใจจะทำคอนโดมั้ย ซึ่งตอนนั้นที่บ้านไม่มีใครทำอสังหาฯ จึงลองทำโปรเจ็กต์เล็กๆ ที่สุขุมวิท 39 โครงการ “เดอะ คาโดแกน ไพรเวท เรสซิเด้นท์” ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับดีมาก สามารถปิดโครงการได้ภายใน 2 เดือน หลังจากนั้นจึงเริ่มขยายเป็นโปรเจ็กต์ของเคพีเอ็น แลนด์ สั่งสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอสังหาฯ รวมแล้ว 6-7 ปี”

ถึงวันนี้ ในตำแหน่ง “ซีอีโอ” ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ทัพใหญ่ที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ภารกิจที่มาพร้อมความท้าทายครั้งใหม่ ในฐานะผู้บริหารที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัญชาติไทยรายแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท ไรมอน แลนด์ นับแต่ดำเนินธุรกิจในไทยมา 33 ปี คุณกรณ์วางเป้าหมายสร้างไรมอน แลนด์ สู่ผู้พัฒนาอสังหาฯแถวหน้าของวงการ!

กับโจทย์หลักคือ การคงภาพลักษณ์ของคุณภาพและความหรูหา แต่เข้าถึงง่ายขึ้น ทันสมัยขึ้น เพื่อมัดใจคนทุกเพศ ทุกวัย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยต่อยอดจากจุดแข็งเดิม คือฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง และศักยภาพของทีมงาน และบุคลากรที่จะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อีกมาก

“ทุกอย่างที่ทำอันดับแรกเราต้องรักก่อน ถ้ารักแล้วจะทำด้วยใจ เมื่อทำด้วยใจ โอกาสความสำเร็จมันจะเกินครึ่งอยู่แล้ว” คุณกรณ์สะท้อนถึงภารกิจที่เปี่ยมด้วย Passion ซึ่งหมายถึงการทุ่มเทแรงกาย-ใจเพื่อนำองค์กรสู่ความสำเร็จ

คุณกรณ์ย้ำว่าสิ่งนี้เป็นหลักการทำงานที่ยึดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะสวมบทบาทไหน “ที่ผ่านมาไรมอน แลนด์ เปลี่ยนผู้ถือหุ้นและทีมผู้บริหารหลายครั้ง ครั้งนี้หลายคนมองว่าผมจะเข้ามาแค่ชั่วคราวหรือเปล่า ขอย้ำว่ามาเพื่อทำธุรกิจระยะยาว ผมมั่นใจว่าความเป็นผู้บริหารคนไทยจะทำให้เข้าใจพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของคนไทย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคคนไทยได้อย่างตรงจุด”

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสม ผสานความสนใจเกี่ยวกับเรื่องดีไซน์และเทคโนโลยีใหม่ๆ คุณกรณ์มั่นใจจะพาไรมอน แลนด์ ก้าวสู่ผู้นำในตลาดอสังหาฯระดับลักชัวรี่ เริ่มตั้งแต่รีแบรนดิ้ง ปรับโลโก้บริษัทเมื่อต้นปีเพื่อสื่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทันสมัยและมีสไตล์ สำทับด้วยสโลแกน “Raimon Land-Luxury Reimagined” แนวคิดใหม่ของความหรูเหนือระดับ มุ่งขยายกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และทุกเจเนอเรชั่นที่มีกำลังซื้อของตลาดระดับบน “เราปรับพอร์ตฟอลิโอทั้งหมด ตัดให้เหลือเฉพาะ core business คือตลาดลักชัวรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไรมอน แลนด์ ถนัด เพราะเราถนัดอะไรเราก็อยากจะอยู่กับสิ่งนั้น”

แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในช่วงเวลาที่เขาเข้ามา เป็นช่วงเกิดการระบาดของโควิด-19 พอดี เรียกว่าเจอบททดสอบครั้งใหญ่ “สมัยก่อนไม่ว่าสถานการณ์อะไร ถ้าตลาดไทยหยุดซื้อ ยังมีตลาดต่างชาติมาช่วยเสริมได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันหยุดทั้งโลก ต่างชาติคืนห้องเยอะมาก” คุณกรณ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นกับไรมอน แลนด์ และบอกว่า สิ่งที่ทำเพื่อฝ่าวิกฤตก็คือ การพยายามขาย เคลียร์สต๊อกให้มากที่สุดเพื่อปรับปรุง Cash Flow กลับคืนมา

ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ปรับตัวได้เร็ว ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายนปีก่อน บริษัทเริ่มออกแคมเปญกระตุ้นให้ลูกค้าจับจ่าย สามารถเคลียร์สต๊อกได้จำนวนมาก ปิดการขายได้หลายโครงการ ทำให้ไตรมาสแรกของปีนี้ ไรมอน แลนด์ สามารถพลิกกลับมามีกำไรในรอบ 1 ปี เติบโตขึ้น 199% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

“สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บริษัทไม่ประสบปัญหาเรื่อง Cash Flow ทำให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างคล่องตัว ถือเป็นการตัดสินใจที่ ‘ถูกที่ ถูกเวลา’ ที่สำคัญคือ ‘ถูกใจ’ ลูกค้าในตลาดที่ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด”

คุณกรณ์เชื่อเสมอว่า ทุกวิกฤตมีโอกาส สิ่งที่บริษัทได้จากวิกฤตครั้งนี้ คือการกลับมาขยายฐานลูกค้าคนไทยจากตลาดต่างประเทศที่หยุดชะงัก ทำให้บริษัทได้ค้นพบ “โอกาสทางธุรกิจ” ที่มหาศาล จากเดิมไรมอน แลนด์ ค่อนข้างเน้นที่ตลาดต่างชาติ สัดส่วนถึง 49% แต่จากสถานการณ์โควิด ทำให้บริษัทต้องหันมามุ่งทำตลาดไทยอย่างจริงจัง และค้นพบข้อเท็จจริงว่า จริงๆ แล้วตลาดไทยยังมีศักยภาพอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐี คนรุ่นใหม่ อายุน้อยไม่ถึง 30 ปี เป็นตลาดที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

“เราค้นพบเซ็กเตอร์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเข้าไปมาก่อน คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่ม Digital Nomads และ Start Ups ที่ประสบความสำเร็จเร็วตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ ซึ่งตัดสินใจได้เอง เราจะมาขยายตลาดตรงนี้ และเป็นที่มาของการรีแบรนดิ้ง ให้แบรนด์เข้าถึงง่ายขึ้น ดีเอ็นเอชัดเจนขึ้นว่าเราทำอะไร มุ่งขยายให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และทุกเจนที่มีกำลังซื้อของตลาดระดับบน”

วันนี้ไรมอน แลนด์ ยังคงครองเบอร์ 1 ของตลาด Super Luxury คอนโดราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นตลาดที่แบรนด์มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ด้วยมาร์เก็ตแชร์สูงสุดคือ 12% โดยมีโครงการที่กำลังโฟกัสอยู่คือ ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์ (The Estelle Phrom Phong) ซุปเปอร์ลักชัวรี่คอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท 26, เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ ซึ่งขายไปแล้วกว่า 75% ตั้งอยู่ใจกลางย่าน CBD อย่างสาทร และวัน ซิตี้ เซ็นเตอร์ (One City Centre) อาคารสำนักงานให้เช่าเกรด A แลนด์มาร์กแห่งใหม่ บนทำเลทองย่านเพลินจิต

ส่วนทิศทางของไรมอน แลนด์จากนี้ คุณกรณ์ชัดเจนว่าจะเน้นเปิดโครงการที่สะท้อนดีเอ็นเอไรมอน แลนด์ยุคใหม่ หากสถานการณ์โควิดดีขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ภายในปีนี้จะได้เห็นอีก 2-3 โครงการ เป็นที่พักอาศัยทั้งหมด

“เป็นโปรเจ็กต์ที่ทุกคนตื่นเต้นกันมาก จะเป็นมิติใหม่ของวงการอสังหาฯไทย อีกธุรกิจที่อยู่ระหว่างศึกษาคือธุรกิจโรงแรม ผมเชื่อว่าเมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว สุดท้ายวันหนึ่งมันต้องกลับมา ตอนนี้มีคุยอยู่ น่าจะได้เห็นโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอของไรมอน แลนด์ ไม่เกินปลายปีหน้า”

หากถามว่าสิ่งที่ทำให้เขารักในธุรกิจนี้คืออะไร “กรณ์” กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “ผมชอบธุรกิจนี้ในเรื่องของ Value มันไม่เหมือนซื้อรถ ซื้อนาฬิกา อีกสิ่งที่ชอบคือ พอเป็นโปรเจ็กต์ มันไม่มีความซ้ำซาก เมื่อขึ้นโครงการใหม่ก็จะเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ ดีไซน์ใหม่ ในแง่การทำงานก็จะรู้สึกว่ามีความแปลกใหม่ตลอดเวลา”

อีกสิ่งที่ทำให้กรณ์รักธุรกิจนี้ ยังเป็นเรื่องของเทคโนโลยี สเปกต่างๆ ที่แตกต่างจากสมัยก่อนมาก “เมื่อก่อนทำคอนโด พื้นต้องเป็นไม้ ห้องน้ำต้องเป็นหิน ปัจจุบันมีอะไรให้เลือก ให้เล่นในเรื่องของดีไซน์เยอะ และส่วนตัวเป็นคนชอบเรื่องดีไซน์ เรื่องอินทีเรียการตกแต่งบ้าน เหมือนเราได้ enjoy ไปด้วย สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นเหมือนงานอดิเรกมากกว่าเป็นงาน”

“เมื่อเรารู้สึกแบบนั้น ก็ทำให้ทุกสิ่งที่ทำจะออกมาได้ดี นั่นเพราะเรารัก และอินกับมัน นั่นเอง!” คุณกรณ์กล่าวทิ้งท้ายให้คนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจได้คิด

เกษมณี นันทรัตนพงศ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รวบอีก! “ชัยวุฒิ” แท็กทีมตร. จับ 4 รายย่านหลักสี่ เปิดเว็บแทงผลบอลเงินหมุนอื้อ
บทความถัดไปสุพรรณบุรีคลายล็อก ยกเว้นบางพื้นที่ อ.สองพี่น้อง ปิดตลาด 7 วันหลังพบผู้ติดเชื้อ