‘คลัง’ ชวนประชาชนลงทะเบียน ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ยันคนเคยร่วม ‘ช้อปดีมีคืน’ สามารถเข้าร่วมได้

‘คลัง’ ชวนประชาชนลงทะเบียน ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ยันคนเคยร่วม ‘ช้อปดีมีคืน’ สามารถเข้าร่วมได้

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการลงทะเบียนรับสิทธิ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ในช่วงเช้าของการเปิดรับลงทะเบียนวันแรก วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น. มีประชาชนลงทะเบียน จำนวน 197,689 คน จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

น.ส.กุลยากล่าวว่า โดยสามารถลงทะเบียนได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่านจี-วอลเล็ตบนแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ทั้งนี้ ประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน (ลงทะเบียน 1 เบอร์โทรศัพท์ต่อ 1 เลขบัตรประจำตัวประชาชน) อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

น.ส.กุลยากล่าวว่า หากผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ประสงค์รับสิทธิตามโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิตามโครงการดังกล่าวผ่านจี-วอลเล็ตบนแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เท่านั้น ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. โดยถือเป็นการสละสิทธิตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ หรือโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 และจะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ รัฐบาลจะสนับสนุนเป็นบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เวาเชอร์) เมื่อประชาชนใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ บัตรกำนัล (Gift voucher) บัตรเงินสด (Gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า) ผ่าน จี-วอลเล็ตบนแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง”

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2564 เวลา 06.00-23.00 น. โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com

ทั้งนี้ วงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ อี-เวาเชอร์ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ อี-เวาเชอร์สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

โดยยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ อี-เวาเชอร์ 10% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ อี-เวาเชอร์ 15% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ อี-เวาเชอร์จะคืนเป็นวงเงินเข้าในจี-วอลเล็ตทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ทั้งนี้ สามารถใช้จ่ายด้วยอี-เวาเชอร์ที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม-31 ธันวาคม 2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ เช่น ยอดใช้จ่ายของเดือนกรกฎาคม จำนวน 20,000 บาท จะได้รับ อี-เวาเชอร์ในวันที่ 7 สิงหาคม 2564 จำนวน 2,000 บาท เป็นต้น

ตัวอย่างการคำนวณ อี-เวาเชอร์จากยอดใช้จ่ายรวม 45,000 บาท เมื่อยอดใช้จ่ายครบ 20,000 บาทแรก จะได้รับอี-เวาเชอร์ที่ในอัตรา 10% จากยอดการใช้จ่าย เท่ากับ 2,000 บาท และเมื่อใช้ครบอีก 25,000 บาทต่อมา จะได้จะได้รับอี-เวาเชอร์ที่ในอัตรา 10% จาก 20,000 บาท เป็นจำนวน 2,000 บาท

และส่วนยอดใช้จ่ายที่เหลือ 5,000 บาท จะได้รับรับอี-เวาเชอร์ในอัตรา 15% ของ 5,000 บาท เท่ากับ 750 บาท ดังนั้น เมื่อใช้จ่ายครบ 45,000 บาท จะได้รับอี-เวาเชอร์ คืนทั้งหมด 4,750 บาท

น.ส.กุลยากล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้และมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กำหนด ได้แก่ ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า ร้านโอท็อป ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 06.00-22.00 น.เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. มีจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 34,315 ราย

อย่างไรก็ตาม โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการช้อปดีมีคืนที่ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท ที่ได้ดำเนินการไปเมื่อช่วงปลายปี 2563 (วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563) ดังนั้น ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รมว.ยุติธรรม เผยร่าง กม.ป้องกันทำผิดซ้ำเสร็จแล้ว เชื่อหากสำเร็จสังคมจะปลอดภัยมากขึ้น
บทความถัดไปเตือนภัยสังคม! หลอกขายถุงเท้า อ้างรักษาสารพัดโรค แม้โรคหัวใจ-มะเร็ง