“บิ๊กฉัตร”เล็งของบกลางจัดสรรที่ทำกินให้ราษฎรเพิ่มอีก2จังหวัด

9.09.16 | 14:48 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาพื้นที่ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ยึดคืนจากการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ณ ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ว่า สำหรับจ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ที่ไม่มีผู้คัดค้านทั้ง 4 แปลง เนื้อที่ 3,326 ไร่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือที่ดินของนางเพียงใจ หาญพาณิชย์ ที่ได้แสดงเจตจำนงคืนที่ดิน ส.ป.ก. ใน จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ 1,263 ไร่ ขณะนี้หน่วยงานภายในกระทรวงฯอยู่ระหว่างการจัดรูปที่ดินตามแผนผังที่ส.ป.ก.ได้วางไว้ ภายใต้งบเหลือจ่ายปลายปี 2559 โดยกรมพัฒนาที่ดิน จะเข้ามาทำหน้าที่ปรับปรุงดินให้เหมาะสมมากขึ้น กรมชลประทาน จะเข้ามาพัฒนาแหล่งน้ำ ฝายทดน้ำ และระบบกระจายน้ำ กรมปศุสัตว์ จะการส่งเสริมการเลี้ยงแพะในพื้นที่ เนื่องจากแพะยังมีความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีการส่งออกสูงถึงปีละ 212,000 ตัว กรมส่งเสริมการเกษตร จะเข้ามาส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ระหว่างรอผลผลิต กรมส่งเสริมสหกรณ์ จะเข้ามาส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์ รวมถึงคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะเข้ามาดูแลเพิ่มเติมเพื่อให้ที่ดินมีความสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2560 ถือเป็นที่ดินส.ป.ก.แปลงแรกที่มีการจัดรูปที่ดินแล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการจัดสรรสู่เกษตรกร


บิ๊กฉัตรไปกาญจน์2

“ขณะนี้มีเกษตรกรได้ยื่นความจำนงขอรับการจัดสรรที่ทำกินในจ.กาญจนบุรี ประมาณ 6,000 ราย ซึ่งในการจัดสรรที่ดิน คทช.จะเป็นผู้พิจารณา ส่วนกระทรวงเกษตรจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้องค์ความร่วม แนะนำการบริหารจัดการการตลาด รวมทั้งส่งเสริมให้ส่งเสริมให้เกษตรกรทำปศุสัตว์เป็นหลัก เนื่องจากจ.กาญจบุรี ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ มีภูมิประเทศและอากาศเหมาะสมกับการทำฟาร์มปศุสัตว์ ส่วนพื้นที่บางแปลงที่มีจุดเด่นอยู่ใกล้ถนนและแหล่งท่องเที่ยว กระทรวงเกษตรก็จะร่วมมือกับหน่วยงานท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อไป”พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ในระยะต่อไป กระทรวงเกษตรฯจะเสนอขอใช้งบกลางปี 2559 เพื่อพัฒนาพื้นที่อีก จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 2,188 ไร่ ได้แก่ จ.สุราษฏร์ธานี และ จ.นครราชสีมา ซึ่งในปี 2560 จะแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ1.พื้นที่ที่ยึดคืนได้ในกรณีที่ 1 เต็มแปลง จำนวน 28 แปลง เนื้อที่ 27,874 ไร่ และ 2. พื้นที่ที่ยึดคืนได้ในกรณีที่ 1 ไม่เต็มแปลง นอกจากนี้ ยังได้มีแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ ซึ่ง กระทรวงเกษตรจะบูรณาการทุกหน่วยงาน โดยจะใช้แผนที่การเกษตร (อกรี -แมพ) พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ และใช้รูปแบบสหกรณ์เข้ามาดูแล แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ส่วนรวม อาทิ สำนักงานสหกรณ์ แปลงรวม ตลาดเกษตรกร และพื้นที่ป่า

Advertisement