‘ชัยวุฒิ’ เตรียมเสนอเพิ่มท่าเรืออัจฉริยะ รับ ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’

26.06.21 | 17:31 น.

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เตรียมเสนอเพิ่มท่าเรืออัจฉริยะ รับ ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยไม่มีการกักตัว (Phuket Sandbox) และเยี่ยมชมโครงการท่าเรืออัจฉริยะจังหวัดภูเก็ต (Phuket Smart City) ณ ท่าเทียบเรือวิสิษฐ์พันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต


นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมท่าเรือวิสิษฐ์พันวา เป็นท่าเรือสมาร์ทเพียร์ หรือท่าเรืออัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้ในการลงทะเบียนนักเดินทางการติดตามตัวนักท่องเที่ยวที่ลงเรือและการติดตามเรือรวมถึงการรักษาความปลอดภัย ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นสามารถระบุจุดที่นักท่องเที่ยวสูญหายได้ จากริชแบนด์ที่ติดข้อมือรวมทั้งชูชีพที่สวมใส่จะส่งสัญญาณไปที่ดาวเทียมว่านักท่องเที่ยวลอยอยู่ที่ไหนในทะเลเป็นจุดพิกัดที่ชัดเจนสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ทันเวลา

” ตามมาตรการของPhuket Sandbox เมื่อเข้ามาอยู่ภูเก็ตต้องอยู่ 14 วันก่อนจะไปจังหวัดอื่น ดังนั้น เมื่อเขาลงเรือที่ท่าเรือแห่งนี้เขาต้องกลับขึ้นมาที่ท่าเรือด้วย เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมนักท่องเที่ยวตามมาตรการของPhuket Sandbox ได้ เป็นเรื่องที่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยจะขยายท่าเรือสมาร์ทเพียร์ หรือ ท่าเรืออัจฉริยะให้ครอบคลุมทุกท่าเรือในจังหวัดภูเก็ต ในเรื่องนี้จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดสิ่งต่างๆเหล่านี้ทุกท่าเรือจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

Advertisement

ส่วนการที่จังหวัดภูเก็ตระบุช่องทางน้ำเพื่อควบคุมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา 14 วัน ในโครงการPhuket Sandbox มีเพียง 3 ท่าเรือนั้น ทางกระทรวงดิจิทัลฯจะนำท่าเรือวิสิษฐ์พันวา ไปประสานงานต่อซึ่งตอนนี้เป็นช่วงริเริ่มโครงการฯและสมาร์ทเพียร์ ยังมีที่อื่นด้วย สุดท้ายแล้วทุกท่าเรือที่ดำเนินการจะต้องเตรียมความพร้อมไว้ ใช้หน่วยงานของกระทรวงดิจิทัลฯไปส่งเสริมไปลงทุนให้ความรู้และเอาระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยรูปแบบใหม่มาใช้เพื่อเกิดประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวและที่สำคัญสามารถควบคุมการพัฒนาการท่องเที่ยวในภูเก็ตได้อย่างเป็นระบบ ซึ่ง การลงทุนในระบบดังกล่าวอาจเป็นโทรคมนาคมของรัฐเป็นผู้ลงทุนหรืออาจจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือส่วนราชการลงทุนหรือเอกชนลงทุนก็ได้ สุดท้าย นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเขาจ่ายเงินอยู่แล้วค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้เก็บจากนักท่องเที่ยว ไม่ได้เป็นภาระต่องบประมาณ ” นายชัยวุฒิ กล่าว

ทางด้าน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ช่องทางน้ำที่ระบุในPhuket Sandbox ตอนนี้จำกัดเพียง 3 ท่าเรือ ก่อน(ท่าเรือรัษฎา ท่าเรืออ่าวปอ ท่าเรืออ่าวฉลอง) เพื่อง่ายต่อการควบคุมซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯได้บอกว่าถ้าเปิดPhuket Sandbox ไปจะมีการพิจารณาขยายท่าเรือเพิ่มขึ้น ในระยะยาวเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามามากขึ้น

ทางด้าน นายคณิน ใจอาจ ผู้บริหาร บริษัท วิสิษฐ์พันวา จำกัด กล่าวว่า ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา มีความหวังว่า ภาครัฐจะนำท่าเรือวิสิษฐ์พันวาเพิ่มเข้าไปในโครงการ Phuket Sandbox เพราะว่ามีการถามมาจากลูกค้าเช่นกัน หวังว่าถ้าเกิดขึ้นจริงจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวเพราะว่ารอมาหลายปีแล้วกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทย ต้องรอคาดว่าจะเข้ามาในช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ขอให้ชาวไทยเข้ามาท่องเที่ยวกันเยอะๆในราคาที่จัดโปรฯกันเยอะมาก ทั้งโรงแรม ร้านอาหารและทัวร์ ที่ผ่านมาก่อนโควิด-19 ท่าเรือแห่งนี้เคยรับได้มากสุดวันละ3,000คน แต่ถ้าเข้ามาในจำนวน1,500คนก็ถือว่าพอใจแล้วให้ระบบรองรับได้ด้วย

โครงการท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ท่าเทียบเรือวิสิษฐ์พันวา เป็นโครงการที่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ได้ดำเนินการนำเสนอพัฒนาจัดการท่าเรือ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยการท่องเที่ยวทางทะเล ระบบการจัดการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (Tourism Safety Support And Management System) โดยสามารถทราบข้อมูลและจำนวนผู้โดยสารในเรือแต่ละลำ เก็บภาพ VDO ของผู้โดยสารเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวพร้อมการคัดกรองและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โครงการท่าเรืออัจฉริยะ ประกอบด้วย
1. ระบบการลงทะเบียนนักท่องเที่ยวเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ประกอบด้วย การซื้อตั๋วหรือทัวร์ผ่านเอเย่นต์ ทำการลงทะเบียนด้วยบัตรประจำตัว เช่นพาสปอร์ต บัตรประชาชน บันทึกภาพบัตรประจำตัวเพื่อใช้อ้างอิง และนำ booking voucher มาที่ท่าเทียบเรือเพื่อผูกกับwristband ประจำตัวเพื่อใช้เข้าออกเกท ข้อมูลเก็บขึ้น Cloud NT

2.ระบบ การใช้ Wristband (RFID) หรือ Smart Watch แทนบัตรผ่านทาง เพื่อ
เข้าออกท่าและขึ้นลงเรือ และสามารถใช้เป็น กระเป๋าเงินอีเลคทรอนิคส์ได้ในอนาคตเมื่อนักท่องเที่ยวลงทะเบียนแล้ว ทำการแจกริสแบนด์เพื่อใช้แทนบัตรประจำตัวใช้ประโยชน์ในการผ่านเข้าออกท่าเรือ ตรวจสอบอุณหภูมิผิดปกติ การสวมใส่หน้ากากใช้บันทึกการขึ้นลงเรือก่อนการเดินทางสามารถตรวจสอบทะเบียนการเดินทางของนักท่องเที่ยวทุกคนได้

3. ระบบ CCTV บันทึกข้อมูล นักท่องเที่ยว ที่เดินทางผ่านเข้าออกท่าเรือ จับภาพมุมกว้างนักท่องเที่ยวที่เดินทางในท่าเรือเพื่อดูภาพรวมและบันทึกข้อมูลอ้างอิงและวิเคราะห์

4. ระบบการติดตามเรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางทะเล และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ
นักท่องเที่ยวขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน Safety (SOS)

5.ระบบศูนย์ควบคุมและสั่งการ Control and Command Center สามารถรู้ตำแหน่งและการแจ้งเตือนเหตุการณ์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ระบบจอภาพแสดงผล ณ ศูนย์ปฏิบัติการ (Network Operation Center NT) ทำหน้าที่ประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบการออกเรือท่องเที่ยวในแต่ละวัน ประสานศูนย์ช่วยเหลือในพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และล่ามภาษาต่างๆ ตามจุดประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือและประสานงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ทันท่วงที