หน้าแรก เศรษฐกิจ ธ.ก.ส. ออกมาต...

ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ร้านอาหาร รวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท

30.06.21 | 11:39 น.

ธ.ก.ส. ออกมาตรการช่วยเหลือร้านอาหาร ผ่าน สินเชื่อเสริมแกร่งเอสเอ็มอีเกษตร วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อฟื้นฟู 5 พันล้านบาท

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย และเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือที่เกี่ยวเนื่อง และเพื่อลดผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย


1.สินเชื่อเสริมแกร่งเอสเอ็มอีเกษตร วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือค่าลงทุน โดยมีเงื่อนไข 4 ข้อ ประกอบด้วย 1. มีตลาดหรือคู่ค้าที่ชัดเจนแน่นอน 2. มีกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการสินค้าของตลาด 3. มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และ 4. มีการสร้างประโยชน์เพิ่มให้กับเกษตรกรหรือชุมชนผู้ผลิต (ต้นน้ำ) หรือมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ หรือรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามข้อบังคับของธนาคาร

อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 2 อยู่ที่ 4% ต่อปี และปีที่ 3 – 10 อัตราดอกเบี้ย MRR-1 / MLR / MOR ตามประเภทของลูกค้า (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.5% ต่อปี / MLR เท่ากับ 4.875% ต่อปี และ MOR เท่ากับ 6.25% ต่อปี) กรณีที่ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม ดังนี้ 1. มีการนำแพลตฟอร์มมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ หรือ 2. มีการรับซื้อผลผลิตเกษตรอินทรีย์หรืออาหารปลอดภัย (Food Safety) ที่มีมาตรฐานรับรองหรือรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรต้นน้ำหรือกลุ่มวิสาหกิจที่ได้รับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ไม่น้อยกว่า 20% ของต้นทุนวัตถุดิบ หรือ 3. เป็นธุรกิจที่นำหลักโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) อย่างใดอย่างหนึ่งมาใช้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 – 4 อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เพิ่มอีก 2 ปี ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567

2.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องต้นทุนต่ำให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่ประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและลดผลกระทบต่อการจ้างงานที่เป็นลูกค้าเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ภาคการเกษตร และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ โดยลูกค้าเดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 30% ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท (โดยให้นับรวมวงเงิน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลนเดิมด้วย) กรณีลูกค้าใหม่ ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงินทุกแห่ง ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 กู้ได้ไม่เกินรายละ 20 ล้านบาท (โดยให้นับรวมวงเงินสินเชื่อจากทุกสถาบันการเงิน)

Advertisement

การคิดอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก โดยรัฐบาลชำระดอกเบี้ยแทนผู้กู้ใน 6 เดือนแรก และปีที่ 3 – 5 คิดอัตราดอกเบี้ย 4.875% ต่อปี หรือ 6.50% ต่อปี ตามประเภทลูกค้า กำหนดระยะเวลาชำระคืนภายใน 5 ปี นับแต่วันกู้ หลักประกันเงินกู้ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อทั้งจำนวนตลอดระยะเวลากู้เงิน โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีสถานะไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และไม่เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ยกเว้น บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 9 เมษายน 2566

นายธนารัตน์ กล่าวอีกว่า ลูกค้าที่มีความสนใจขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งพนักงานยินดีให้คำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติมหากมีสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน