หน้าแรก เศรษฐกิจ สคร.เผยแผนการ...

สคร.เผยแผนการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ เป็นไปตามแผน เบิกได้ 101% ทอท. ยังเป็นอับดับ 1 รัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายสะสมสูงสุด

30.06.21 | 15:48 น.

สคร.เผยแผนการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ เป็นไปตามแผน เบิกได้ 101% ทอท. ยังเป็นอับดับ 1 รัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายสะสมสูงสุด

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 รัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ที่ สคร.กำกับดูแลโดยตรงมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม เป็นไปตามแผน โดยสามารถเบิกจ่ายได้ 148,245 ล้านบาท หรือคิดเป็น 101% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม ประกอบด้วยการเบิกจ่ายงบลงทุน 8 เดือนของรัฐวิสาหกิจระบบปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563-เดือนพฤษภาคม 2564) 34 แห่ง จำนวน 102,433 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม และการเบิกจ่ายงบลงทุน 5 เดือนของรัฐวิสาหกิจระบบปีปฏิทิน (เดือนมกราคม 2564-เดือนพฤษภาคม 2564 ) 9 แห่ง จำนวน 45,812 ล้านบาท หรือคิดเป็น 106% ของแผนเบิกจ่ายสะสม


นางปานทิพย์ กล่าวว่า สำหรับรัฐวิสาหกิจที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนและมีการเบิกจ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) เบิกจ่าย 43,657 ล้านบาท คิดเป็น 92% ของแผนเบิกจ่าย 2.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เบิกจ่าย 28,391ล้านบาท คิดเป็น 100% ของแผนการเบิกจ่าย 3.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เบิกจ่าย 12,072 ล้านบาท คิดเป็น 103% ของแผนการเบิกจ่าย 4.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เบิกจ่าย 11,591 ล้านบาท คิดเป็น 106% ของแผนการเบิกจ่าย และ 5.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เบิกจ่าย 10,973 ล้านบาท คิดเป็น 105% ของแผนการเบิกจ่าย

นางปานทิพย์กล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคม 2564 รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ดีและเป็นไปตามแผน นอกจากนี้ สคร.ได้ทำงานร่วมกับกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจในการกำกับดูแลการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามแผน และติดตามการแก้ไขปัญหากรณีที่การดำเนินการล่าช้ากว่าแผนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นไปตามเป้าหมายและเป็นเครื่องมือของภาครัฐในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป

น.ส.ปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 รัฐวิสาหกิจหลายแห่งสามารถเบิกจ่ายได้เป็นไปตามแผนหรือสูงกว่าแผน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สามารถเบิกจ่ายได้สูงกว่าแผน อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ของ รฟท. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ของ รฟม. งานก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาค โครงการขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ 12 ของ กฟผ. และโครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายระยะที่ 2 ของ กฟภ.

Advertisement

น.ส.ปิยวรรณกล่าวว่า ทั้งนี้ มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เบิกจ่ายล่าช้า เช่น โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554-2560) และโครงการทางวิ่งเส้นที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-ชุมพร และโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ของ รฟท. และโครงการแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ 12 ปี 2560-2564 ของการไฟฟ้านครหลวง