‘พิพัฒน์’ ให้คะแนนเปิด ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ รับต่างชาติเต็ม 100 หลังทุกอย่างผ่านฉลุย

‘พิพัฒน์’ ให้คะแนนเปิด ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ รับต่างชาติเต็ม 100 หลังทุกอย่างผ่านฉลุย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การเปิดภูเก็ตรับต่างชาติ แบบไม่กักตัว หรือโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดประเทศครั้งแรกในรอบ 1 ปีครึ่ง ซึ่งถือว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วกว่า 100% ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และระบบการทำงานเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่ โดยสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือ การติดตามและประเมินผลว่า หลังจากเปิดภูเก็ตรับต่างชาติแล้ว ผลตอบนับของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างไร พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ มีการกลับมากระเพื่อมของเชื้อไวรัสหรือไม่ โดยเฉพาะไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ต่างๆ เนื่องจากมีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์เดิมที่พบการระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยมองว่าวัคซีนจะเป็นคำตอบในการแก้ไขความกังวลเหล่านี้ เนื่องจากหากคนไทยได้รับวัคซีนมากจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นได้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับคนไทยและต่างชาติมากขึ้น ซึ่งจะต้องทำร่วมกับการควบคุมการระบาดโควิด-19 และลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ด้วย โดยการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ในครั้งนี้ ให้คะแนนเต็ม 100 เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ดำเนินการเอง จึงต้องมั่นใจในตัวเองเรากันเอง

“แผนงานและระบบทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ที่เหลือคือต้องปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ และประเมินผลหลังดำเนินการเปิดประเทศไปสักระยะหนึ่ง ว่าจะไปได้ดีมากน้อยเท่าใด โดยสิ่งที่กังวลในการเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในขณะนี้คือ การเล็ดลอดเข้ามาของเชื้อโควิด โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ ที่มีความรุนแรงมากกว่าเดิม เพราะไม่สามารถทำนายได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เพราะแม้จะได้รับวัคซีนครบโดส จนสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ติดโควิด เพราะไม่มีวัคซีนชนิดใดในโลกที่ฉีดแล้วจะป้องกันไวรัสได้ 100% เพียงลดความรุนแรงและลดโอกาสในการเสียลงเท่านั้น ทำให้โอกาสการติดเชื้อยังคงมีอยู่ จึงต้องเน้นให้ป้องกันตัวเองและปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องระบบการเตรียมความพร้อมต่างๆ ขณะนี้พร้อมหมดแล้ว” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับพื้นที่นำร่องอื่นๆ ที่จะเริ่มพิจารณาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามภูเก็ตในระยะถัดไปคือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งเป้าว่าจะเริ่มในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ โดยขอประเมินการเปิดภูเก็ตก่อน 14 วัน หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาทิ การพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ จะเริ่มดำเนินการเปิดพื้นที่เหล่านั้นต่อทันที รวมถึงมีพื้นที่นำร่องในอีก 2 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ (เกาะพีพี ไร่เล เกาะไหง) และ จ.พังงา (เขาหลักและเกาะยาว) ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยหากมีความพร้อมและสถานการณ์การระบาดในจังหวัดนั้นๆ ไม่รุนแรง จะพิจารณาเปิดรับต่างชาติต่อไป เพราะไม่ได้นับรวมกับการระบาดในพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อระดับสูง หรือพื้นที่เสี่ยงสูงต่างๆ เพื่อเร่งดำเนินการตามนโบายเปิดประเทศรับต่างชาติแบบไม่กักตัวทั่วประเทศ ภายใน 120 วัน

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนของความกังวลว่า เมื่อเปิดภูเก็ตรับต่างชาติแล้ว จะเกิดการกลับมาประกอบอาชีพที่เป็นความเสี่ยงสูงมากขึ้น โดยเฉพาะการลักลอบค้าประเวณีนั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ว่าการจังหวัดภูเก็ตเร่งป้องกันอย่างรัดกุ่ม ตั้งแต่การตรวจตราให้รอบคอบ เพื่อกันไม่ให้มีการลักลอบเกิดขึ้น เนื่องจากหากมีการลักลอบประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงมากนั้น อาจเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดโควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่ ที่มีขนาดใหญ่และควบคุมได้ยากมากขึ้นอีก โดยหากพบว่ามีการลักลอบค้าประเวณี คนกลุ่มนี้อาจเดินทางจากทางบกเข้ามาในพื้นที่ก่อนที่จะมีการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ค้องเร่งตรวจตราและป้องกันการเล็ดลอดสายตาของผู้ตั้งใจกระทำความผิด โดยเฉพาะการสัญจรผ่านทางบกและทางน้ำ เพื่อไม่ให้มีการหนีไปทำความผิดในรูปแบบต่างๆ ได้ เพราะต้องยอมนับว่าภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว อาจจะมีการค้าประเวณีในรูปแบบการลักลอบ เพราะในประเทศไทยถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จึงได้สั่งในผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติในการักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ของกองทัพเรือ เพื่อตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการก่อเหตุผิดกฎหมายดังกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon