แรงระเบิดรง.ย่านกิ่งแก้ว สะเทือนถึง สุวรรณภูมิ ห่างเพียง 3 กม. ชี้ยังไม่กระทบการบิน

แรงระเบิดรง.ย่านกิ่งแก้ว สะเทือนถึง สุวรรณภูมิ ห่างเพียง 3 กม. ควันยังไม่กระทบการบิน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ขึ้นที่ บริษัท หมิงตี่ เคมีคอล จำกัด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ ซึ่งล่าสุดทางการสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตร ว่า ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทยจำกัด (บวท.) ซึ่งเป็นหน่วยให้บริการจราจรทางอากาศ ทำการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์

“เบื้องต้นกลุ่มควันจากการระเบิดยังไม่ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยต่อการทำการบิน โดย บวท. ยังสามารถให้บริการจรจาทางอากาศ ทำให้สายการบินยังสามารถทำการบินได้ตามปกติ ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีพื้นที่บางส่วนที่อยู่ในรัศมีอพยพ คือพื้นที่ส่วนที่เป็นออฟฟิศสำนักโครงการซึ่งล่าสุดสั่งให้พนักงานทำงานที่บ้านแล้ว”

ด้าน นายทินกร ชูวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ปฏิบัติการ บวท. กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มควันจากการระเบิดยังไม่รบกวนทัศวิสัยของนักบิน เนื่องจากกลุ่มควันได้มีการลอยขึ้นสูงก่อนที่จะพัดมายังแนวร่อนของสนามบิน จึงยังไม่กระทบแนวร่อนขึ้น และลงของอากาศยาน โดยยังทำการบินได้ตามปกติ ซึ่งปัจจุบันมีการทำการบินราว 200 เที่ยวบินต่อวัน

“ขณะนี้ บวท. และ ทอท. กำลังจับตา และประเมินความเสี่ยงอยู่ เนื่องจากขณะนี้ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ และยังต้องเฝ้าระวังการระเบิดระรอก 2 สำหรับถังเคมี 2 หมื่นลิตร เพราะอยู่ห่างจากกึ่งกลางทางวิ่งด้านตะวันตกไม่ไกลมาก ราว 2-3 กิโลเมตร หากมีการระเบิดเกิดขึ้นจริง จะต้องเร่งประเมินความเสียหายว่ารุนแรงมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะบริเวณรันเวย์ว่ามีการแตกร้าวหรือไม่ และมีกลุ่มควันเข้ามารบกวนภายในสนามบินแนวร่อน แท็กซี่เวย์ รันเวย์ มากน้อยแค่ไหน หากรันเวย์เสียหายแตกร้าว หรือกลุ่มควันลอยต่ำก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำการบิน” นายทินกร กล่าว

รายงานข่าวจากสนามบินสุวรรณภูมิแจ้งว่า แรงสั่นสะเทือนของระเบิดในช่วงเวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้อาคารผู้โดยสารหรือ Main Terminal Building (MTB) ได้รับผลกระทบมีความเสียหาย ดังนี้ 1.ประตูบานเลื่อนเข้าอาคารผู้โดยสารชั้น 1 ทุกประตูหลุดจากรางเลื่อนทำให้ปิดไม่สนิท 2.ประตูบานเลื่อนประตูทางออกขึ้นเครื่องที่ต้องนั่งรถต่อไปขึ้นเครื่อง (Bus Gate) ชั้น 1 ฝั่งตะวันตก และ ตะวันออก หลุดออกจากรางเลื่อน และ 3.เกิดสัญญาณเตือนภัย ดับเพลิงบริเวณ Concourse E, F, G ขณะนี้ศูนย์ฯ ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าตรวจอุปกรณ์เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ที่มา ข่าวสด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ติดเชื้อโควิดจาก กทม.ทนไม่ไหว ขับรถกลับบ้านพิจิตรขอเข้ารักษา รพ.รับดูแลแล้วกว่า 10 ราย
บทความถัดไปเจียไต๋ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเมล็ดพันธุ์ เปิดตัวกวางตุ้งดอกลูกผสมสายพันธุ์แรกของไทย ใช้เมล็ดน้อยลง ได้ผลิตผลเพิ่มขึ้น