หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ มิ.ย...

เงินเฟ้อ มิ.ย. สูงขึ้นในอัตราชะลอตัว อยู่ที่ 1.25% ครึ่งปีหลัง พณ. ชี้ทิศทางขยับเกิน 2%

5.07.21 | 12:25 น.

เงินเฟ้อ มิ.ย. สูงขึ้นในอัตราชะลอตัว อยู่ที่ 1.25% ครึ่งปีหลัง พณ. ชี้ทิศทางขยับเกิน 2% 

นายวิชานันท์ นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมิถุนายน 2564 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปีก่อน สูงขึ้น 1.25 % และลดลง 0.38 % จากเดือนพฤษภาคม เป็นผลจากการสูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ขยายตัว 8.95% และการสูงขึ้นของอาหารสดบางประเภท โดยเฉพาะเนื้อสุกร ไข่ไก่ ผลไม้สด และน้ำมันพืช ขณะที่มาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา และการลดลงของอาหารสดบางประเภท โดยเฉพาะข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว และผักสด เป็นปัจจัยทอนที่ส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนปีนี้ชะลอตัว สำหรับสินค้าหมวดอื่นๆ ยังเคลื่อนไหวปกติ สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตและความต้องการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังระบาด ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (หักอาหารสด และพลังงาน) หรือเงินเฟ้อพื้นฐาน ขยายตัว 0.52% และสูงขึ้น 0.02% จากเดือนพฤษภาคม

การขยายตัวของเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนขยายตัวสูงแต่ในอัตราชะลอตัวลงต่อเดือนที่ 3 เพราะนอกจากปัจจัยด้านพลังงานและอาหารสดบางชนิดสูงขึ้นแล้ว มีสัญญาณความต้องการสินค้าหลายชนิดเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและนำเข้า อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต มูลค่าการส่งออก อัตราการใช้กำลังการผลิต ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า และยอดจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์และรถจักรยานยนต์ ขณะที่รายได้เกษตรกรขยายตัวตามราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงจากเดือนพฤษภาคม คือ ปัจจัยจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา รวมถึงอาหารสดบางประเภทราคาลดลง ราคาสินค้ากลุ่มพลังงานขยายตัวในอัตราชะลอลง การติดตามสถานการณ์โควิดระบาดระลอกใหม่

โดยเดือนมิถุนายน สินค้าที่ใช้ในการคำนวณเงินเฟ้อที่มีราคาสูงขึ้น 226 รายการ ราคาเท่าเดิม 69 รายการ และราคาลดลง 135 รายการ ทำให้เฉลี่ยไตรมาส 2/2564 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.36 เทียบไตรมาส 2 ปีก่อนและสูงขึ้น 0.74% จากไตรมาสแรกปีนี้ จึงส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนแรกปี 2564 สูงขึ้น 0.89% และเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น 0.27%

Advertisement

นายวิชานันท์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อช่วงครึ่งหลังปี 2564 มีทิศทางสูงขึ้น ปัจจัยกระทบต่อเงินเฟ้อคือ อิทธิพลจากราคาพลังงานคงอยู่ในระดับสูง สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวในหลายประเทศ ส่งผลดีต่อการส่งออกและภาคการผลิตที่ต่อเนื่องกับการส่งออก ขณะเดียวกันสถานการณ์โควิด-19ในประเทศยังเป็นข้อจำกัดที่ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลต่อรายได้และการบริโภคโดยรวม มีโอกาสที่ภาครัฐจะใช้หรือขยายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐต่อไป โดยเฉพาะลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่มีสัดส่วนต่อเงินเฟ้อ 1-2% จะเคลื่อนไหวเงินเฟ้อไม่เกินกรอบเป้าหมายธนาคารแห่งประเทศไทย 1-3% ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ยังคงกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อ 0.7-1.7% ค่ากลาง 1.2 % บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบ 60-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เศรษฐกิจไทย (จีพีดี) อยู่ที่ 1.5- 2.5%

“โดยคาดการณ์ไตรมาส 3 สูงขึ้น 2.13% ไตรมาส 4 สูงขึ้น 2.37% สูงกว่าครึ่งปีแรก เรามองว่าทิศทางการฟื้นตัวของการใช้จ่าย เงินเฟ้อตามมาตรการรัฐที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเช่น คนละครึ่ง แผนการเปิดประเทศ ราคาน้ำมัน ราคาพืชบางช่วงสูงตามภาวะอากาศผันผวน เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ส่งออกดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อเงินเฟ้อโลกสูงขึ้นเฉลี่ย 3-4% แต่สำหรับเงินเฟ้อมีโอกาสปีนี้สูงเกิน 1.5% แต่ไม่เกิน 1.7% เพราะมองว่ารัฐยังไม่มีนโยบายปรับค่าแรงรายวัน และคงมาตรการลดค่าครองชีพประชาชน” นายวิชานันท์ กล่าว