หน้าแรก เศรษฐกิจ โรงสียันราคาร...

โรงสียันราคารับซื้อข้าวเกิน8,000 บ./ตัน ชี้บางรายขายได้ต่ำเพราะเกี่ยวหนีฝนจนไม่ได้คุณภาพ

11.09.16 | 21:06 น.

นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีชาวนาบางรายขายข้าวได้ในราคาต่ำ ว่า ต้องไปดูว่าซื้อที่ใดและคุณภาพข้าวเปลือกเป็นอย่างไร ซึ่งการที่ชาวนาขายได้ราคาต่ำแค่ตันละ 6,000บาท น่าเกิดจากเก็บเกี่ยวก่อนกำหนด เมล็ดข้าวยังไม่สุก ยังเขียวหรือข้าวล่มจมน้ำ และข้าวเปลือกมีความชื้นสูงเกิน35% ทำให้เมื่อนำมาสีก็จะเหลือข้านายกโรงสีแจงราคารับซื้อยังเฉลี่ยเกินตันละ8พันบาท ที่ชาวนาขายต่ำเพราะหนีฝนชุกรีบเกี่ยวก่อนกำหนด แนะรัฐเอ็มโอยู3ฝ่ายแก้ราคาข้าวทั้งระบบ

นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีชาวนาบางรายขายข้าวได้ในราคาต่ำ ว่า ต้องไปดูว่าซื้อที่ใดและคุณภาพข้าวเปลือกเป็นอย่างไร ซึ่งการที่ชาวนาขายได้ราคาต่ำแค่ตันละ 6,000บาท น่าเกิดจากเก็บเกี่ยวก่อนกำหนด เมล็ดข้าวยังไม่สุก ยังเขียวหรือข้าวล่มจมน้ำ และข้าวเปลือกมีความชื้นสูงเกิน35% ทำให้เมื่อนำมาสีก็จะเหลือข้าวสารต่ำกว่าครึ่ง ก็ทำให้โรงสีไม่อยากรับซื้อ ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาซื้อขายข้าวเปลือกจะอยู่ที่เฉลี่ยตันละ 8,000-8,400 บาท (ความชื้น15%) ถ้าหากความชื้นยิ่งสูงราคายิ่งลดลง บนพื้นฐานข้าวได้กำหนด เก็บเกี่ยวได้คุณภาพ อาทิ ความชื้น25% ตันละ 7,200บาท ความชื้น 30% ตันละ 6,800-6,900บาท

” ชาวนาบางรายเมื่อฟังกรมอุตุฯออกข้าวในจะตกต่อเนื่อง เพียง3วันจากนั้นก็จะรีบเกี่ยวเพราะกลัวต้นข้าวล่ม ทั้งที่ไม่ถึงเวลาเกี่ยว ราคาย่อมไม่ดีหากซื้อสูงไปสีเหลือข้าวสารน้อยข้าวไม่ได้คุณภาพก็ขายต่อไม่ได้อีก สัปดาห์นี้น่าจะเห็นเรื่องขายข้าวราคาต่ำอีก เพราะมีคำเตือนเรื่องฝนชุกต่อเนื่องหลายวัน น่าจะมีชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวอีก แถมยังเจอเรื่องโรคเพลี้ยระบาดบางพื้นที่แล้ว ทำให้โรงสีไม่อยากรับซื้อ เพราะทำให้ขาดทุน”นายมานัสกล่าว

นายมานัส กล่าวต่อว่า อยากฝากถึงชาวนารอให้ข้าวสุกก่อนค่อยเกี่ยว และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ต้องออกรณรงค์เหมือนดูแลมันสำปะหลัง ที่ขอให้ชาวไร่มันชะลอการขุดเพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์สูงก่อนขาย นอกจากนี้รัฐควรเป็นตัวกลางในการบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)3ฝ่าย ระหว่างเกษตรกร โรงสี กับผู้ซื้อ (ผู้ผลิตข้าวถุงพ่อค้าคนกลาง และผู้ส่งออกข้าว )เพื่อเชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่และความร่วมกันในการดูแลราคาข้าวที่เหมาะสมและสมดุล ไม่ใช่ให้จับมือแค่2ฝ่าย อย่างในวันที่19กันยายนนี้ จะมีการเซ็นเอ็มโอยูเชื่อมโยงการรับซื้อข้าวในโครงการนาแปลงใหญ่ ระหว่างชาวนากับโรงสี ก็น่าจะมีผู้ผลิตและส่งออกด้วยเพราะให้มั่นใจว่าเมื่อโรงสีรับซื้อราคานำตลาดตันละ200-300บาทต่อตัน จะสามารถขายต่อได้และไม่กดดันปัญหาสภาพคล่องของโรงสีเพิ่ม และบรรลุวัตถุประสงค์พยุงราคาข้าวของรัฐ ขณะนี้มีโรงสีใน15จังหวัด เตรียมลงนาม

“ส่วนปัญหาโรงสีปิดตัวนั้น ที่เป็นสมาชิกสมาคมฯเห็นว่าไม่มีและจำนวนโรงสีไม่ได้ลดจำนวนมากนัก ส่วนที่เป็นปัญหาเพราะปัญหาธนาคารไม่พิจารณาในเรื่องเงินกู้ หากรัฐเข้าช่วยเหลือการดูแลธนาคารปล่อยสินเชื่อ เชื่อว่าโรงสีก็ยังไม่ปิดตัว เพราะเป็นธุรกิจเงินหมุน มองว่าปริมาณข้าวฤดูผลิตใหม่นี้จะยังสูงเพราะมีฝนตกมามากขึ้น จะดีต่อข้าวที่จะเก็บเกี่ยวอีก 30 วันจากนี้ ทั้งนี้ ในการประชุมสมาคมฯกลางเดือนนี้ก็นำปัญหาต่างๆเข้าหารือ เมื่อได้ข้อสรุปก็จะเสนอหน่วยงานรัฐต่อไป”นายมานัสกล่าว

Advertisement