‘สุริยะ ‘สั่งกรอ.ทบทวนให้โรงงานสต็อกสารเคมีอันตราย-ดึงโรงงานย้ายออกนอกชุมชน

“สุริยะ”สั่งกรอ.ทบทวนให้โรงงานสต็อกสารเคมีอันตราย ห้ามเยอะเกินความจำเป็นใช้ผลิตจริง หวั่นซ้ำรอยเป็นระเบิดกลางชุมชน เร่งหาแนวทางดึงโรงงานย้ายออกนอกชุมชน ด้านกรอ.เด้งรับ เผยเร่งร่างกม.ครอบครองสารวัตถุอันตรายเกิน 50 กม.ต้องรายงานทุกชนิด

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการการป้องกันเหตุไฟไหม้ของโรงงาน หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟม และเม็ดพลาสติก 1 ถนนกิ่งแก้ว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทบทวนมาตรการความปลอดภัยของการประกอบกิจการโรงงานใหม่ทั้งหมดว่า มีจุดใดต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน คลอบคลุมโรงงานทุกประเทศทั้ง 64,038 แห่ง โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายในการประกอบกิจการ แล้วตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่มีชุมชนล้อมรอบ ให้พิจารณาการบริหารจัดเก็บสต็อคการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม อาทิ ให้จัดเก็บสต็อคปริมาณสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น ไม่ควรจัดเก็บสต็อคมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ส่วนสต็อคที่เหลือ ให้ย้ายไปจัดเก็บในพื้นที่โรงงาน ที่ห่างไกลชุมชน มีระบบป้องกันความปลอดภัย มีพื้นที่กันชน (บับเบิ้ลโซน) เอาไว้ป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุ หรือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม

“นอกจากนี้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการย้ายโรงงาน ที่ประกอบกิจการมีสารอันตรายออกนอกพื้นที่ชุมชน แม้โรงงานจะตั้งก่อนชุมชนก็ตาม อาจจะหามาตรการส่งเสริมให้โรงงานดังกล่าวย้ายออกมาจากบริเวณชุมชน อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือว่ามาตรการอื่นๆ”นายสุริยะกล่าว

 

 

คอฟฟี่เบรก : ยังฟิต

 

นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) กล่าวว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้พิจารณามาตรการการสต็อกสารที่เป็นวัตถุอันตราย ซึ่งขณะนี้กรอ.อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ภายใต้พ.ร.บ.โรงงาน กำหนดให้โรงงานที่มีการครอบครองวัตถุดิบอันตรายที่ซื้อจากในประเทศเกินกว่า 50 กิโลกรัม จะต้องรายงานปริมาณการใช้สารเคมีทุกชนิด ให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต การจัดเก็บ ระบบความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อกรอ. เบื้องต้นร่างกฎหมายฉบับนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นปี ดังนั้นระหว่างที่รอกฎหมายเสร็จ กรอ.จะเข้าไปตรวจเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และจะนำมาตรการความปลอดภัยของโรงงานขึ้นมาพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์อีกครั้ง

“สารเคมีที่โรงงานหมิงตี้ใช้อยูในประเทศ ไม่ได้มีการนำเข้าสารเคมีและส่งออก จึงไม่ได้ต้องทำใบขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกวัตถุอันตรายตามพ.ร.บ วัตถุอันตราย และตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน ไม่ได้กำหนดให้โรงงานต้องรายงานปริมาณสารเคมีที่จัดเก็บเพื่อผลิต ทำให้เวลากรมฯ ลงตรวจสอบจะประมาณการสารเคมีจากปริมาณแทงค์ที่จัดเก็บสารเคมี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า แทงค์ที่บรรจุสารสไตรีน โมโนเมอร์ รับได้ 2,000 ตัน และขณะนี้เหลืออีก 1,600 ตัน และกำลังขนย้ายไปกำจัดทิ้ง”นายประกอบกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : อย่าหยุดสวย
บทความถัดไปโควิดคร่าชีวิตหญิงวัย 74 เพิ่มอีก 1 ราย ด้าน รพ.เพชรบูรณ์เร่งปรับหอผู้ป่วยรับผู้ติดเชื้อ