สวัสดีแฟนๆ คิดเห็นแชร์ทุกท่านครับ นับตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเป็นระลอกที่ 3 ในประเทศไทย เกิดกระแสความตื่นตัวจากภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดในทุกภาคส่วนทั่วประเทศ เพื่อให้การดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกระดับเดินหน้าต่อไปได้ในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ได้มีการติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ผู้ดำเนินงานในนิคมอย่างใกล้ชิด และได้เสนอตัวให้นิคมทั่วประเทศเป็นจุดบริการวัคซีนนอกสถานพยาบาลอีกด้วย เพราะต้องยอมรับว่าการทำงานในนิคมอุตสาหกรรมค่อนข้างมีความใกล้ชิดกัน ดังนั้น เราเป็นห่วงสวัสดิภาพผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน เพราะท่านคือกลจักรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย
ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่เกิดการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 กนอ.ได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้คำสั่งการของ ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เร่งวางมาตรการป้องกันผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงจัดตั้งคณะทำงานภายใต้ชื่อ คณะทำงานบริหารจัดการจุดบริการให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของไทย
นิคมอุตสาหกรรมถือได้ว่าเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นแหล่งสร้างรายได้อันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวงกว้าง จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับโดยเศรษฐกิจของไทย และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน หรือซัพพลายเชน สินค้าต่างๆ ไปทั่วโลก
ขณะเดียวกันวัคซีนก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้หลุดพ้นจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นมีบุคลากรในโรงงานและเจ้าหน้าที่ของ กนอ.ในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ประมาณ 8 แสนกว่าคน ที่ต้องได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 กนอ.จะประสานงานเรื่องพื้นที่เพื่อใช้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่คำนึงถึงคือ จุดฉีดวัคซีนของ กนอ.จะต้องอยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่เกิน 7 นาทีจากโรงพยาบาลด้วย
ในส่วนของ กนอ. ผมได้เตรียมความพร้อมด้านพื้นที่เพื่อรองรับการฉีดวัคซีนแล้วใน 5 กลุ่มนิคม ตั้งอยู่ใน 4 จังหวัดที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา โดยจะจัดสรรพื้นที่ที่ไม่แออัดและอยู่ใกล้โรงพยาบาลเพื่อรองรับในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน โดยพื้นที่ที่มีความพร้อม ได้แก่ 1.นิคมฯลาดกระบัง กรุงเทพฯ 2.นิคมฯสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 3.นิคมฯสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 4.มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จ.ระยอง และ 5.นิคมฯอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี
และเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ศูนย์กลางการฉีดวัคซีนโควิด-19 ณ อมตะ คาสเซิล นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยมีคุณวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) คุณบุปผา กวินวศิน ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี พร้อมด้วย นาวาตรี วิทวัส กู้ประเสริฐ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรี และ นพ.ธนู ลอบันดิส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาราม อมตะนคร ให้การต้อนรับ ผมรู้สึกขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมจนทำให้มีการฉีดวัคซีนขึ้น และขอบคุณผู้ประกอบการที่มอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงสนับสนุนสิ่งของต่างๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด้วย รวมทั้งหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมในวันนี้ แรงงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มว่ายังมีความรุนแรง ดังนั้น การจัดให้มีการฉีดวัคซีนในวันนี้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของเราจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ และขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข
ไวรัสโควิด-19 จะยังคงเป็นภัยร้ายที่อยู่กับโลกเราไปอีกระยะหนึ่ง และสร้างความตื่นตระหนกให้ทุกคนทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและสุขภาพ จนเราทุกคนต้องปรับตัวเพื่อเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ หรือนิว นอร์มอล ดังนั้น สิ่งที่ภาครัฐและภาคประชาชนจะทำได้ในขณะนี้คือ ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ประชาชนต้องใช้ชีวิตระมัดระวังมากขึ้น ไม่ประมาท ขณะที่รัฐเองพวกเราก็ปรับเปลี่ยนนโยบายให้เร็ว ให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรายวันทั้งจากภายในและต่างประเทศ เหมือนเช่นที่ กนอ.ได้ปรับตัว และยื่นมือเข้ามาช่วยหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐในการจัดสรรจุดฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลครั้งนี้ ผมมีความเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยกันครับ
ดร.วีริศ อัมระปาล
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

