หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยเบฟฯปรับโค...

ไทยเบฟฯปรับโครงสร้างผู้บริหาร สู่แผนวิสัยทัศน์ 2020 ก้าวเป็น 1 ในอาเซียน

12.09.16 | 15:15 น.

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษ์กลุ่มผู้สื่อข่าวที่ร้านอาหารโซอาเซียน รายละเอียดถึงโครงสร้างองค์กรใหม่ หลังประกาศปรับโครงสร้างเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงชุดใหม่มีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ได้แก่ นายอวยชัย ตันทโอภาส เป็นกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส มีหน้าที่ควบคุมดูแลช่องทางการจำหน่ายสินค้าในฐานะผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย

2.นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร เป็นกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส และซีเอฟโอควบคุมดูแลเรื่องการเงินและสนับสนุนการเติบโตของไทยเบฟและการเติบโตของกลุ่ม 3.ดร.พิษณุ วิเชียรสรรค์ เป็นกรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส ควบคุมดูแลเทคโนโลยีและวิศวกรรมของกลุ่มในฐานะผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มเทคโนโลยีและวิศวกรรม 4.นายประภากร ทองเทพไพโรจน์ เป็นซีอีโอกลุ่มธุรกิจสุรา 5.นายเอ็ดมอนด์ นีโอ คิม ซูน เป็นซีอีโอกลุ่มธุรกิจเบียร์ 6.นายโฆษิต สุขสิงห์ เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

7.ดร.เอกพล ณ สงขลา เป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มทรัพยากรบุคคล ควบคุมดูแลงานด้านทรัพยากรบุคคล 8.นายบรรจง ชินธนะศิริ เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายบัญชี และ 9.นายปราโมทย์ หรรษมนตร์ เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สำนักการผลิตสุรา โดยกลุ่มผู้บริหารนี้จะรายงานตรงต่อนายฐาปน เพื่อให้การทำงานนำไปสู่เป้าหมายที่ประกาศวิสัยทัศน์ 2020 ไทยเบฟฯจะขึ้นเป็น 1 ในอาเซียน ซึ่งวางกลยุทธ์หลักไว้ 5 ประการ คือ 1.การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ (Growth) 2.ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Diversity) 3.ตราสินค้าที่โดนใจ (Brands) 4.การขายและการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง (Reach) และ 5. ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มให้เติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุรา, เบียร์ และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

“การทำงานของผู้บริหารโครงสร้างใหม่นี้ จะทำงานเป็นทีมอย่างมืออาชีพคือจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกหน่วยงานของกลุ่ม ทั้งกลุ่มการเงินและบัญชี กลุ่มเทคโนโลยีและวิศวกรรม กลุ่มธุรกิจต่อเนื่องและสารสนเทศ และกลุ่มทรัพยากรบุคคล เรียกการทำงานแบบภาครัฐ คือการทำงานแบบบูรณาการ”

นายฐาปนกล่าวถึงเรื่องความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ว่าปีนี้จะเน้นการส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยประเทศเป้าหมายที่ดูมีศักยภาพมากคือเวียดนามและพม่า ซึ่งเวียดนามถือเป็นประเทศแรกที่บริษัทให้ความสนใจ แต่จะยังไม่ใช่การเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานในพื้นที่ ต้องดูปริมาณยอดขายก่อน

Advertisement