นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในการแถลงสรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ เดือนสิงหาคม 2559 ว่าตั้งแต่ต้นปี 2559 ถึงสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มชนะ 5 ตลาดในภูมิภาค ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ และยังชนะดัชนีเอ็มเอสซีไอต่างๆ เช่น เอ็มเอสซีไอ เวิลด์ MSCI Frontier Markets index เป็นต้น แม้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนจนถึงขณะนี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับลงแล้วประมาณ 5-6% แต่หุ้นไทยยังคงขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบกับดัชนีต่างๆ เช่นเดิม
ทั้งนี้ สำหรับกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย ในครึ่งปี 2559 เติบโต 6% เมื่อเทียบปีก่อน ถือเป็นกำไรที่เติบโตเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่เติบโต 20% ซึ่งทั้งสามประเทศนี้ ถือเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ที่กำไรบริษัทจดทะเบียนโดดเด่นที่สุดในโลก โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลัง กำไรบริษัทจดทะเบียนจะดีขึ้นจากผลบวกของการเร่งลงทุนของภาครัฐ เอกชนเริ่มลงทุนตาม การบริโภคครัวเรือนเริ่มดีขึ้น และการท่องเที่ยวยังดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ เริ่มเห็นบางอุตสาหกรรมดีขึ้นแล้ว เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์
นายภากรกล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยช่วงเดือนกันยายน ที่ปรับลงแรง คาดว่าเป็นผลจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังบริษัทจดทะเบียนออกมาดี และตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนสิงหาคม ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นถึง 20% ในสกุลเงินบาท และเพิ่มขึ้น 25% ในสกุลเงินดอลลาร์ โดยพฤติกรรมนักลงทุน คือ ขายเพื่อรักษากำไรและถือเงินสดเพื่อรอดูสถานการณ์ในช่วงที่เหลือว่าบริษัทจะเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้ คือกระแสเงินทุนต่างประเทศที่จะไหลเข้าออกผันผวนตามค่าเงินของแต่ละประเทศ ตราบใดที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ตลาดก็ยังมีความกังวลเช่นนี้ต่อเนื่อง และส่งผลต่อดัชนีหุ้นไทย เช่นกัน

