น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังว่า ขณะนี้มีผลผลิตของฤดูกาลเก่าเหลือประมาณ 5% ที่จะออกมาซ้อนทับกับฤดูกาลใหม่ในบางจังหวัด ส่วนราคาลดลง เป็นผลจากภัยแล้งและฝนตกชุกเมื่อเจอน้ำมาก ทำให้คุณภาพลดลง ประกอบกับตลาดส่งออกหลักอย่างจีนมีนโยบายใช้วัตถุดิบข้าวโพดแทนมันสำปะหลัง และผลผลิตคู่แข่งอย่างเวียดนามมีมาก ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังเดือนกันยายนนี้ลดลงจากเดือนสิงหาคม โดยหัวมันสดอยู่ที่ 1.21 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) จาก 1.25 บาทต่อกก. หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% อยู่ที่ 1.70-2 บาทต่อกก. ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 2.30 บาทต่อกก. แป้งมันดิบส่งออกลดลงเหลือกว่า200-300 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จากปีก่อน 400 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ซึ่งประเมินว่าผลผลิตมันสดปี2559/60จะออกสู่ตลาดมาก ช่วงธันวาคม-มกราคมปีหน้า ปริมาณ 5-6 ล้านตัน โดยออกมากสุดมกราคม-เมษายน ปริมาณ 20 ล้านตัน ทั้งปีน่าจะมีผลผลิตรวม 32 ล้านตัน มากกว่าปีก่อนที่มีผลผลิต 30.91 ล้านตัน
“เพื่อพยุงราคามันไม่ให้ตกต่ำ กรมฯจะทำโครงการดูดซับผลผลิตมันสำปะหลัง โดยให้โรงแป้ง ลานเท และผู้ประกอบการแก๊สโซฮอลล์ช่วยจัดเก็บหัวมันและแปรรูปต่อไป ขณะเดียวกันโรงแป้งอยากเข้าร่วมโครงการแต่ติดเรื่องสภาพคล่องเพราะมีสต็อกอยู่มาก กรมฯจะหารือกับธนาคาร เพื่อปล่อยสินเชื่อให้โรงแป้ง โดยพรุ่งนี้ 13 กันยายน กรมฯเรียกตัวแทนเกษตรกรมาหารือถึงสถานการณ์และมาตรการช่วยเหลือ ”
น.ส.วิบูลลักษณ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์จะตลาดอื่นที่มีศักยภาพ ทดแทนตลาดจีนที่ลดลง เช่น อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป โดยเตรียมจัดงานเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตและประกอบการของไทยกับประเทศผู้ใช้มัน รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่น ใช้มันสำปะหลัง ทำขนม ลูกชิ้น ไส้กรอก หรือใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมพลังงาน
ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมันสำปะหลัง 4 มาตรการ คือ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3 %ต่อปี รายละไม่เกิน 80,000 บาท เป้าหมาย 310,000 ราย โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยด โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตและแปรรูปมันสำปะหลัง

