หอการค้า ชง 7 ข้อเร่งขจัดอุปสรรคส่งออก ในการประชุมกรอ.พาณิชย์

หอการค้า ชง 7 ข้อเร่งขจัดอุปสรรคส่งออก ในการประชุมกรอ.พาณิชย์

วันที่ 16 กรกฎาคม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังจากได้ประชุมร่วมภาคเอกชนกับกระทรวงพาณิชย์(กรอ.พาณิชย์) ผ่านระบบประชุมทางไกลว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน เห็นตรงกันว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยภาคเอกชนคาดการณ์ว่าในปีนี้ การส่งออกน่าจะขยายตัว 8- 10.0% ในครึ่งปีหลัง จากตัวเลขการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ 5 เดือนแรกระบุมีมูลค่าถึง 108,635.22 ล้านบาท หรือบวก 10.78% และการนำเข้ามีมูลค่า 107,141.12 ล้านบาท หรือบวก 21.52% ถือเป็นพระเอกและเครื่องยนต์เดียวของไทยที่ขับเคลื่อนได้อยู่

ทั้งนี้ หอการค้าได้เสนอ 7 ประเด็นหลักในที่ประชุมกรอ.พาณิชย์ ประกอบด้วย

1.แนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุสินค้า และการปรับเพิ่มค่าระวางเรือ (freight) ที่สูงขึ้น โดยต้องปรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ ประเด็นถ่ายลำและประเด็นผ่านแดน โดยท่านรองนายกฯ(จุรินทร์) ได้มอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นการถ่ายลำก่อนให้เกิดการจูงใจให้เรือใหญ่เข้ามาที่ประเทศไทยมากขึ้น

2.การดูแลเรื่องรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากขึ้น และขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่องให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 32 – 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจะช่วยลดผลกระทบต่อการส่งออกน้อยลงและช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าได้สูงขึ้น

3.เสนอให้มีการแก้ไขประเด็นปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนวัตถุดิบผลิตสินค้าอาหารที่ราคาสูงขึ้น ในประเด็นการนำเข้าแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก และแผ่นเหล็กเคลือบโครเมียม จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตกระป๋องอาหาร เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตกระป๋องภายในประเทศสามารถแสวงหาแผ่นเหล็กจากแหล่งอื่นที่มีต้นทุนถูกลงได้ โดยที่ประชุมได้มีความเห็นตรงกันว่าจะต้องดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างยุติธรรม และท่านรองนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะลงพื้นที่ดูกระบวนการผลิตและโครงสร้างต้นทุนต่อไป

4.แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวสำหรับโรงงานผลิตอาหารนั้น ได้เสนอมีมาตรการแก้ไขปัญหาแรงงานในระยะสั้นโดยกระทรวงแรงงานจะต้องมีมาตรการต่าง ๆ อาทิ
4.1 การเร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในประเทศ
4.2 การเร่งรัดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกกลุ่มที่ใบอนุญาตให้ทำงานสิ้นสุดลงตามผลของกฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี (ทำให้เป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย)
4.3 เร่งรัดการเจรจาเพื่อนำเข้าแรงงานต่างด้าว MOU จำนวน 500,000 ราย พร้อมทั้ง กำหนดแนวทางการนำแรงงานใหม่เข้ามาโดยต้องปฏิบัติตามมาตรการการกักตัวและตรวจเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

5.ประเด็นด้านการค้าชายแดน ก็ได้มีการเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันไปยังกระทรวงเกษตรฯ ในการเพิ่มจุดผ่านแดนถาวร ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย เข้าไปในร่างพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ไทยผ่านประเทศที่สามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนฉบับใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งสินค้าผักและผลไม้ข้ามแดนผ่านสปป.ลาว ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านเมืองบ่อเต็น-โมฮั่น ไปยังเมืองคุนหมิง โดยมีรถไฟความเร็วสูงของจีนรองรับการขนส่ง

6. ในประเด็นการมาตรการช่วยเหลือ SMEs ด้าน Soft Loan กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการโครงการจับคู่กู้เงินให้สำหรับ SMEs ที่มีการส่งออกซึ่งหอการค้าได้เสนอให้มีการนำสต๊อกสินค้าหรือใบคำสั่งซื้อมาเป็นส่วนหนึ่งของการค้ำประกันแทน บสย. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ

7. การกระตุ้นเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์ได้มีแผนจัดงาน Chanthaburi Gems & Jewelry Fair 2021 @Central Festival Phuket เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วยกันกับโครงการ PHUKET SANDBOX ที่ได้นำร่องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น หอการค้าไทยได้เสนอให้มีการเชื่อมโยงกิจกรรมดังกล่าวกับโครงการ HUG THAIS HUG PHUKET โดยกระทรวงพาณิชย์จะได้ประสานงานกับ ททท. เพื่อให้เกิดภาพการบูรณาการและขยายผลการทำงานร่วมกันต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตรวจผลสลากออมสิน พิเศษ 3 ปี งวดออกรางวัล 16 ก.ค. 2564
บทความถัดไปแมกโนเลีย เปิดโครงการศูนย์รวมปันสุข “ชุมชนอิ่มท้อง ร้านอาหารอิ่มใจ” ช่วยร้านอาหารรายย่อย 2 พันร้าน