‘แบงก์ชาติ’ ชี้ พักหนี้แค่บรรเทาปัญหาระยะสั้น ย้ำต้องคุมระบาดโควิด-เร่งฉีดวัคซีน

16.07.21 | 19:29 น.

‘แบงก์ชาติ’ ชี้ พักหนี้แค่บรรเทาปัญหาระยะสั้น ย้ำต้องคุมระบาดโควิด-เร่งฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การพักชำระหนี้ 2 เดือน เป็นเพียงการเลื่อนการชำระออกไป หมดเวลาก็ต้องจ่าย ลูกหนี้ยังต้องจ่ายเงินต้น ดอกเบี้ยในงวดท้าย หรือ เกลี่ยชำระในเงินงวดที่เหลือ ดังนั้นลูกหนี้รายที่ไม่ได้รับผลกระทบเดือดร้อน ยังมีกำลังจ่ายไหว ก็ขอให้ชำระตามปกติ ส่วนจะขยายเวลามากกว่า 2 เดือนหรือไม่ หากสถานการณ์ระบาดยังไม่คลี่คลาย ธปท.ขอประเมินสถานการณ์โดยรวมอย่างใกล้ชิด

แม้จะไม่การขยายการล็อกดาวน์ 14 วัน แต่ก็ประเมินไว้ว่าลูกหนี้จะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกิจการระยะหนึ่ง การพักชำระหนี้ 2 เดือน จึงเป็นการบรรเทาปัญหาในช่วงนี้ แต่สิ่งที่เน้นย้ำการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างยั่งยืน คือ การช่วยให้มีรายได้ให้กับผู้ประกอบการและลูกจ้าง เพราะฉะนั้นต้องมีการควบคุมการแพร่ระบาด และการเร่งฉีดวัคซีน พร้อมกับการปรับโครงสร้างหนี้ และการเสริมสภาพคล่อง

“ส่วนแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการให้ลดภาระดอกเบี้ย โดยการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยลง ในประเด็นนี้ ธปท.มองว่า ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย การลดดอกเบี้ย ไม่ได้ตอบโจทย์การลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ และไม่ใช่เพียงแนวทางเดียวที่จะดูแลลูกหนี้ได้ ขณะเดียวกันยังส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน และอาจจะต้องไปกู้นอกระบบ จึงต้องพิจารณาข้อดีข้อเสีย ให้รอบคอบ ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานต่างๆ” นายรณดล กล่าว

น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธปท. เปิดเผยว่า การพักชำระหนี้ในรอบนี้เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเป็นมาตรการดูแลลูกหนี้ในระยะยาว การปรับโครงสร้างหนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ ประเมินว่าสถานการณ์ของโรควิด-19 จะอยู่ไปอีกนาน

Advertisement

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศของทางการดังกล่าว ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด หรือนอกพื้นที่ควบคุม รวมทั้งลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือทางอ้อม จะต้องเข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นของสถาบันการเงินที่จะขอรับความช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. – 15 ส.ค.นี้

อย่างไรก็ดีการที่สถาบันการเงินพักชำระหนี้ให้เป็นเวลา 2 เดือนในงวด ก.ค.-ส.ค.2564 นั้น เป็นการให้ลูกหนี้ไม่ต้องชำระเงินต้น และดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินในระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งสถาบันการเงินต้องห้ามไปเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยจากลูกหนี้ในเดือนที่ 3 ทันที แต่ให้ทยอยเรียกเก็บ หรือเรียกเก็บในช่วงท้ายของสัญญา เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูกหนี้จนเกินไป

“การพักชำระหนี้ที่ผ่านมา จะไม่มีการบันทึกว่าลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ไม่มีการรายงานในเครดิตบูโรว่ามีหนี้ค้างชำระ ในช่วงระหว่างการพักหนี้ 2 เดือนนี้ ในฝั่งสถาบันการเงิน ก็ไม่ถือว่าเป็นลูกหนี้ผิดนัดชำระ จึงไม่สามารถคิดค่าเบี้ยปรับ และดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้” น.ส.สุวรรณี กล่าว