พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน สำนักงานสลากเชิญกับสมาคม มูลนิธิ นิติบุคคล องค์กรการกุศล ที่ได้รับโควต้าสลากตั้งแต่ 25 เล่มคู่ขึ้นไป จำนวน 89 องค์กร มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา และลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมร่วมกัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้องค์กรดังกล่าวดูแลสมาชิกให้จำหน่ายสลากในราคา 80 บาท ถ้าไม่สามารถทำได้จะถูกตัดโควต้า และมีผลต่อการพิจารณาต่ออายุสัญญาในช่วงเดือนธันวาคมนี้
ทั้งนี้ ยอมรับว่าสลากเริ่มแพงขึ้นจากการนำไปรวมชุด ทำให้การแก้ไขสลากแพงนั้นทำได้เพียง 60-70% จากก่อนหน้านี้ทำได้ไปกว่า 80% บอร์ดสลากต้องมีนโยบายใหม่มาดูแลกลุ่มนิติบุคคลที่ได้โควต้าสลากไปกว่า 40% ของจำนวนสลาก 60 ล้านฉบับคู่ ให้กลับมาดูแลสมาชิกของตัวเอง ถ้าพบสลากขององค์กรใดขายเกินกว่า 80 บาท ต้องมีการลงโทษ บอร์ดสลากต้องการให้สมาคม องค์กร มูลนิธิ ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรสลากให้ เพราะกลุ่มนิติบุคคลดังกล่าวได้เงินส่วนลด 2% ดังนั้น ควรจัดสรรสลากให้กับสมาชิกด้วยความเป็นธรรม และต้องควบคุมให้สมาชิกขายสลากในราคาที่กำหนด
พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงมาตรการในการดำเนินการกับตัวแทนจำหน่ายนิติบุคคลประเภทสมาคม องค์กร มูลนิธิกรณีที่มีการตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายสลากเกินราคาว่า สำนักงานได้กำหนดแนวทางดำเนินการกับผู้จำหน่ายสลากเกินราคา ในส่วนที่เป็นสมาคม องค์กร มูลนิธิ หากพบสมาชิกของสมาคมฯนำไปจำหน่ายเกินราคาแล้วถูกจับดำเนินคดี หรือการตรวจสอบสลากของกลางที่ถูกจับดำเนินคดี แล้วพบว่าเป็นสลากที่จัดสรรให้กับสมาคมฯใด สำนักงานฯจะแจ้งเตือนเป็นหนังสือให้ยกเลิกการจัดสรรให้สมาชิกที่ถูกจับดำเนินคดีหรือเป็นผู้ได้รับการจัดสรรสลากฉบับที่เป็นของกลาง จากนั้นสมาคมฯจะต้องแจ้งรายชื่อสมาชิกที่ได้รับการจัดสรรแทน
ทั้งนี้ จะมีการแจ้งเตือน 2 ครั้ง หากพบการจำหน่ายสลากเกินราคาของสมาชิก หรือพบสลากของกลางที่เป็นของสมาคมฯครั้งที่ 3 สำนักงานฯจะดำเนินการตัดโควต้าสลากตามจำนวนที่ผู้จำหน่ายเกินราคาได้รับการจัดสรร และผลการปฏิบัติต่างๆ ของสมาคมฯจะได้รับการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของสำนักงานฯ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำสัญญาดำเนินการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในครั้งต่อไปด้วย

