เจ้าของสวนสยาม เสนอนายกฯทบทวนล็อกดาวน์ เปิดให้ค้าขายปกติ ธุรกิจแทบยื้อไม่ไหวแล้ว

เจ้าของสวนสยาม ‘ไชยวัฒน์’ ร้อง ‘บิ๊กตู่’ เลิกล็อกดาวน์ แนะปล่อยเศรษฐกิจเสรี สกัดจนค่อนประเทศ

นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานที่ปรึกษากลุ่มบริษัท สยามพาร์คซิตี้ จำกัด ผู้บริหารสวนน้ำสวนสนุก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ตนได้จัดทำจดหมายและส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงมหาดไทย และ ศบค. เสนอแนวทางการคลี่คลายวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 และต่อมาได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้รัฐบาลประเทศต่างๆ รวมถึงรัฐบาลไทย ตัดสินใจจำกัดสิทธิการเคลื่อนที่ของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางเขตพื้นที่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นที่มาของกระแสความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ของรัฐบาลและข่าวลือเชิงลบมากมายนั้น

ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ซึ่งเสียสละแรงกายแรงใจช่วยกันนำพาประเทศของเราให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้มาโดยตลอด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าวิกฤตการณ์โควิด-19 เป็นสถานการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน จึงยากที่จะป้องกัน ยากที่จะควบคุม และยากที่จะคลี่คลายแก้ไขพลิกฟื้น ความพยายามในการคลี่คลายปัญหาโดยการใช้จ่ายภาครัฐเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงผ่านโครงการความช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ อาทิ เราชนะ คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน ยิ่งใช้ยิ่งได้ เรารักกัน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แม้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าได้ชั่วคราว แต่ไม่อาจทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนถึงระดับฐานรากจนเกิดความสับสนและความกังวลจากความเสี่ยงในการเจ็บป่วย/เสียชีวิต และขาดรายได้ในการดำรงชีพ มีโอกาสพลิกฟื้นอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบริบทเหล่านี้ ความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งมีอยู่จึงได้ขยายตัวออกไปอย่างมีนัยยะสำคัญ อย่างไรก็ดีวิกฤตการณ์นี้ไม่อาจแก้ไขด้วยกลไกทางการเมืองและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดรุนแรงเป็นหลัก

เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผมในฐานะพลเมืองอาวุโสซึ่งเติบโตจากชนชั้นรากหญ้าและมีประสบการณ์ในแวดวงการเมืองและธุรกิจมากว่า 6 ทศวรรษ มีความเข้าใจความยากลำบากของทุกภาคส่วน จึงขออนุญาตใช้โอกาสนี้ เสนอแนวทางคลี่คลายวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยใช้กลไกเสรีทางเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ภาวะสมดุลอีกครั้ง โดยส่วนตัว ผมมีความเชื่อมั่นในพลังของกลไกเศรษฐกิจแบบเสรี การเปิดให้ภาคธุรกิจกลับมาเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดอีกครั้ง ไม่เพียงจะช่วยลดภาระของรัฐในการชดเชยค่าครองชีพให้แก่แรงงานจำนวนมากและเพิ่มโอกาสในการจัดเก็บภาษีเข้าคลัง แต่ยังเปิดโอกาสให้รัฐสามารถจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดไปทุ่มเทที่กิจการสาธารณสุของประเทศ เพิ่มสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสำหรับประชาชนทั่วไปที่ติดเชื้อ ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราความสูญเสีย บรรเทาความรุนแรงจากการเจ็บป่วยและลดโอกาสการติดเชื้อเพิ่มในระยะสั้นและระยะยาว แน่นอนว่าการดำเนินการตามแนวทางนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าการทำงานตามแนวทางนี้คู่ขนานไปกับการกระจายการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น จะทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลงและเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของสถานพยาบาลทั่วประเทศ ทำให้สุดท้ายแล้วโรคโควิด-19 จะลดความน่ากลัวลงกลายเป็นโรคที่บริหารจัดการได้ในที่สุด

นายไชยวัฒน์กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ตนต้องทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่ารัฐบาลวันนี้ขาดสติ การบริหารงานหลายเรื่อง ติดลบ และยิ่งปล่อยไปนานวันจะสร้างความเสียหายมากขึ้น ทั้งในแง่ภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสังคม คงรอไปถึง 120 วันเปิดประเทศไม่ทันกันแล้ว ผมในฐานะเจ้าของธุรกิจ เปิดสวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2523 ตอนนี้อายุ 93 ปี จากสถานการณ์โควิดต่อเนื่องจากปีก่อนถึงปัจจุบัน รวมถึงมาตรการล็อกดาวน์ เกิดการสูญเสียทางธุรกิจกว่า 1,000 ล้านบาท จากที่เคยได้รายได้ปีละ 500 ล้านบาท ตอนนี้เป็นศูนย์ และยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสวนน้ำสวนสนุกประมาณ 10 ล้านบาทต่อเดือน และจ่ายแรงงานบางส่วนที่ยังทำงานอยู่กับเราประมาณ 3-4 ล้านบาท ผมต้องตัดขายที่ดินบางส่วนเพื่อประคองธุรกิจและแรงงานตั้งแต่ปีก่อน การจะเลิกธุรกิจก็ไม่ได้ยาก แต่ต้องคิดถึงพนักงานที่มี 500 ชีวิต และเฉลี่ยรับผิดชอบครอบครัว 5-6 ชีวิต เท่ากับต้องดูแลกัน 2,000 ชีวิต จะลำบากทันที หากเลิกกิจการ อีกเรื่องคือได้รับเสียงสะท้อนจากพนักงานว่าอดอยาก ลำบากมาก จะหางานทำใหม่ก็ไม่ได้ง่าย มาปิดล็อกดาวน์ประเทศอีก ปิดกิจการส่วนใหญ่เหมือนรอความตาย ที่สำคัญความรู้สึกที่สะสมต่อความอดอยาก จะก่อเกิดความไม่ปลอดภัยในสังคมและเกิดความรุนแรงชุมนุมกันบนถนนอีกครั้ง ประเทศจะเสียหายหนักอย่างไม่เคยเกิดขึ้น

“ขอเสนอให้นายกฯทบทวนการล็อกดาวน์และขยายไปถึงอู่ฮั่นโมเดลไม่ควร ผมเชื่อมั่นในเศรษฐกิจแบบเสรี คือ เปิดให้ทำการค้าปกติเพื่อให้แรงงานมีรายได้และธุรกิจยังเสียภาษีได้อยู่ ก็โยกงบประมาณทั้งหมดที่มีเพื่อการแพทย์ระดมฉีดวัคซีน ขณะเดียวกันเชื่อว่าประชาชนจะปรับตัวระมัดระวังเพื่อไม่เกิดการติดเชื้อหากตัวเลขยิ่งสูงเขายิ่งต้องระวัง เมื่อทำคู่ทั้งเปิดปกติ โหมฉีดวัคซีน และระมัดระวังการใช้ชีวิต เชื่อว่าไม่นานสถานการณ์ก็จะคลี่คลาย เหมือนที่หลายประเทศแม้มีการระบาดแต่ก็ยังเปิดประเทศ ทั้งจีน สหรัฐ หากไทยยังปิดอย่างนี้ปีหน้าคนไทยจะจนค่อนประเทศ มีงบประมาณเท่าไหร่ก็ฟื้นได้ยาก” นายไชยวัฒน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ททท. สำนักงานโฮจิมินห์ และเบนโตะ หมึกอบ ดึง คิทตี้ ชิชา ร่วมมือจัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวประเทศไทย
บทความถัดไป‘หมอตังค์’ ยูทูบเบอร์ดัง คอลเอาท์ให้นักศึกษา ‘โอกาสที่สูญเสีย กระทบถึงประเทศ’