‘จิตตะ เวลธ์’ ชี้โควิดยืดเยื้อ หนุนช้อปกองทุนหุ้นกลุ่มวัคซีนและสุขภาพ หลังเห็นความต้องการพุ่ง

‘จิตตะ เวลธ์’ ชี้โควิดยืดเยื้อ หนุนช้อปกองทุนหุ้นกลุ่มวัคซีนและสุขภาพ หลังเห็นความต้องการพุ่ง

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (บลจ.) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ และมีการกลายพันธ์ุของไวรัสชนิดใหม่ขึ้น ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องเร่งหาวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันไวรัสกลายพันธ์ุมากขึ้น ทำให้บริษัทวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีน รวมถึงพัฒนาระบบพันธุกรรมของมนุษย์และสัตว์ เร่งคิดค้นตัวยาและวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัคซีนต้านโควิด รวมถึงอนาคตที่ต้องรับมือการผลิตวัคซีนที่เกิดโรคอุบัติใหม่ขึ้น และเครื่องมือทางการแพทย์อื่นๆ ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจวัคซีนและสุขภาพ ที่จะมาปฏิวัติแวดวงการแพทย์ทั่วโลก ผ่านกองทุนรวมดัชนี หรืออีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)

นายตราวุทธิ์ กล่าวว่า บลจ. จิตตะ เวลธ์ จัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล Thematic โดยได้เลือก IDNA ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก เป็นตัวแทนของธีมจีโนมิกส์ และ IXJ อ้างอิงดัชนี S&P Global 1200 Health Care Index เพื่อธุรกิจสุขภาพ ในบริการกองทุนส่วนดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนสามารถเลือกจัดพอร์ตผสมกับธีมการลงทุนอื่นๆ ได้สูงสุด 5 ธีม อาทิ พลังงานสะอาดจีน กัญชา เทคโนโลยีท่องเที่ยว อีคอมเมิร์ซ คลาวด์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เน้นการลงทุนในเมกะเทรนด์โลกที่มีการเติบโตสูงในระยะยาว โดยเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำครั้งละ 10,000 บาท พร้อมค่าธรรมเนียมบริหารจัดการเพียง 0.5% ต่อปีเท่านั้น

“กองทุนส่วนบุคคล Thematic จีโนมิกส์และธุรกิจสุขภาพ คือโอกาสครั้งสำคัญ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ควรพลาดในช่วงที่ความต้องการวัคซีนเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจในกลุ่มนี้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่ดีในระยะยาว โดยกองทุนส่วนบุคคล Thematic มีการบริหารและจัดพอร์ตอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งจะเสริมทัพพอร์ตลงทุนในระยะยาว ให้แข็งแกร่งมากขึ้น” นายตราวุทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ IDNA จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) เป็น Passive Fund ที่อิงไปกับ 2 ดัชนี คือ NYSE FactSet Global Genomics และ Immuno Biopharma Index ลงทุนใน 58 บริษัทชั้นนำทั่วโลกที่ต่อยอดด้านจีโนมิกส์และภูมิคุ้มกันวิทยา มาพัฒนายา วัคซีน เครื่องมือทางการแพทย์ หรือนวัตกรรมการรักษาโรคร้ายแรงต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เช่น บริษัท Moderna  บริษัท Merck และ บริษัท BioNTech ที่เป็นกลุ่มบริษัทที่มาแรงมากในยุคโควิด-19  ซึ่งการลงทุนกระจายในหุ้นกลุ่มจีโนมิกส์จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดผันผวนระยะสั้น และมีทนทานเหมาะสำหรับลงทุนในระยะยาวได้ดี ด้านผลตอบแทนของ IDNA นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 103.13% ผลตอบแทนในรอบ 1 ปีรวมปันผลอยู่ที่ 38.08% ในขณะที่ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที 19 กกรกฎาคม 2564  (YTD) อยู่ที่ 6.23%

ส่วน IXJ นั้น อ้างอิงดัชนี S&P Global 1200 Health Care Index ที่เป็นตัวแทนของ 129 บริษัททั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่มีรากฐานธุรกิจแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ  ในธุรกิจเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพและเครื่องมือการแพทย์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก เช่น บริษัท Johnson & Johnson บริษัท Pfizer บริษัท Roche Novartis บริษัท Abbott และ บริษัท UnitedHealth Group ที่เป็นบริษัทจัดการเกี่ยวกับระบบดูแลสุขภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก มีผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 354.68% ผลตอบแทนในรอบ 1 ปี รวมปันผลอยู่ที่ 21.69% ขณะที่ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที  19 กรกฎาคม 2564 (YTD) อยู่ที่ 9.85%

นายตราวุทธิ์ กล่าวว่า กองทุนส่วนบุคคลจิตตะ เวลธ์ Thematic เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และต้องการลงทุนต่างประเทศโดยที่ไม่ต้องบริหารจัดการเอง แต่สามารถออกแบบพอร์ตให้เข้ากับความต้องการเฉพาะตัวได้ โดยเจาะจงเลือกกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคตมาสร้างพอร์ต สามารถเลือกลงทุนได้สูงสุดถึง 5 ธีมต่อพอร์ต เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และทำกำไรได้ตามที่ต้องการในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ยังควบคุมความผันผวน ด้วยการกระจายความเสี่ยงในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ให้มากที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จูเนียร์เตะพลิกโค่นหนุ่มออสซี่ ทะยานเข้า 8 คน โอลิมปิก โตเกียว 2020
บทความถัดไปสสจ.บุรีรัมย์ แจง ฉีดแอสตร้าฯเข็ม 3 ให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เป็นไปตามข้อสั่งการ สธ.