หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังร่วมมือกร...

คลังร่วมมือกระทรวงศึกษาฯแก้หนี้ครู 2.89 แสนราย นำเงิน ช.พ.ค.ค้ำประกันลดหนี้สูงสุด 4 พันบาทต่อเดือน

14.09.16 | 14:23 น.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างธนาคารออมสินและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งโครงการนี้ทำให้ครูที่เป็นหนี้กับออมสินมีภาระลดลง ต้องนำเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (เงิน ช.พ.ค.) ที่ทายาทมีสิทธิจะได้รับในอนาคตมาค้ำประกัน ซึ่งธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 4.00% ต่อปี ต่ำกว่าเงินกู้เดิมที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 5.85-6.70% ต่อปี ตรงนี้ช่วยลดภาระประมาณ 1,200-4,000 บาทต่อเดือน

“ครูมีหนี้เฉลี่ยประมาณ 1 ล้านบาทต่อราย โดยเป็นหนี้กับธนาคารออมสินประมาณ 4 แสนราย การเข้าไปช่วยเหลือตรงนี้ถือเป็นนโยบายของนายกฯ สั่งการในที่ประชุม ครม. ซึ่งครูที่จะเข้าโครงการได้ต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีอยู่ประมาณ 2.89 แสนราย และนอกจากเข้าไปแก้ปัญหาหนี้กับออมสินแล้ว จะเข้าไปชวยเหลือครูที่เป็นหนี้นอกระบบเข้าโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบด้วย” นายอภิศักดิ์กล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปกติครูจะได้รับเงิน ช.พ.ค.เฉลี่ย 9 แสนบาท กันเงินส่วนหนึ่งไว้ทำศพ 2 แสนบาท ที่เหลือนำมาเฉลี่ยระหว่างเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นช่วง 20 ปี หากมีเงินต้น 3 แสนบาท เท่ากับว่าครูไม่ต้องจ่ายหนี้และดอกเบี้ยกับออมสินอีก ครูที่เป็นหนี้ไม่เกิน 3 แสนบาทมีจำนวนครูประมาณ 6 หมื่นราย แต่ถ้ามีเงินต้นมากกว่า 3 แสนบาท ต้องจ่ายหนี้ในส่วนที่เกินกว่า 3 แสนบาท แต่ทำให้ภาระครูที่จ่ายต่อเดือนลดลงไปมาก

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ต้องเป็นผู้ที่ยังมีภาระหนี้สินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.กับธนาคาร มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และคงมีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อเท่ากับจำนวนเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัวที่ทายาทมีสิทธิจะได้รับหลังหักค่าจัดการศพแล้ว โดยเงินสินเชื่อจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นำไปชำระหนี้เงินต้นบางส่วน หรือปิดบัญชีเงินกู้ ช.พ.ค.เดิม ส่วนที่ 2 กันไว้เพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ตามสัญญาใหม่ และชำระเงินสงเคราะห์รายศพรายเดือนตลอดระยะเวลากู้ โดยการดำเนินโครงการนี้ ธนาคารออมสินได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ในการตรวจสอบยืนยันความเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ของผู้ที่จะขอสินเชื่อใหม่ตามโครงการนี้ โดยที่ธนาคารออมสินมีความยินดีที่ได้มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในครั้งนี้