นายณัฐพล อัษฎาธร กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทน้ำตาลไทยรุ่งเรือง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) มีมติยกเลิกการกำหนดโควต้าน้ำตาล จากที่ปัจจุบันกำหนดโควต้า ก. โควต้า ข. และโควต้า ค. จากเดิมที่เคยกำหนดโควต้าไว้เพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำตาลทรายใช้ในประเทศ และจะนำมติเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไปนั้นว่า หาก ครม.เห็นชอบยกเลิกการกำหนดโควต้าดังกล่าว จะทำให้การซื้อขายน้ำตาลอิสระมากขึ้น แต่ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอกว่ามีผลกระทบหรือไม่อย่างไร เพราะภาพยังไม่ชัดเจน ต้องรอดูนโยบายภาครัฐก่อน และเชื่อว่าไทยจะมีน้ำตาลเพียงพอบริโภคในประเทศแน่นอน เพราะราคาขายในประเทศและส่งออกพอๆ กัน ปัจจุบันผลผลิตน้ำตาลในประเทศอยู่ที่ 10 ล้านตันต่อปี บริโภคในประเทศ 2.5 ล้านตัน และส่งออก 7.5 ล้านตัน
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โคคา-โคลา ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า ตลาดการบริโภคน้ำอัดลมในภาคใต้ทรงๆ ตัว โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้ลงทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ในการผลิตน้ำอัดลมขวดพลาสติก (ขวด PET) ที่โรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งภายหลังการติดตั้งเครื่องจักรใหม่จะทำให้มีกำลังการผลิตมากกว่าโรงงานที่หาดใหญ่ 6 เท่า จากเดิมที่เคยมากกว่า 3 เท่า ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดน้ำอัดลมในอนาคตประมาณ 5 ปี
พลตรีพัชรกล่าวว่า ขณะนี้น้ำอัดลมโคคา-โคลา มีส่วนแบ่งตลาดเฉพาะในภาคใต้ 85% สร้างรายได้ 10% ให้กับโคคา-โคลา ประเทศไทย นอกจากนี้ เพิ่งได้ขยายผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบรรจุขวดสู่ตลาด ตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาด 3% แล้ว คาดจะมีส่วนแบ่งตลาดน้ำดื่มเพิ่มเป็น 10% ภายใน 5 ปี เพราะตลาดน้ำดื่มยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และบริษัทได้ให้ความสำคัญกับช่องทางจัดจำหน่ายทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่
นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทใช้น้ำตาลในการผลิตเครื่องดื่มประมาณ 250,000 ตันต่อปี ส่วนภาพรวมตลาดน้ำอัดลมในประเทศปีนี้ยังแข่งขันรุนแรง และเติบโตบ้างแต่ไม่หวือหวา มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด คาดปีนี้ตลาดน้ำอัดลมจะเติบโตราว 5% จากปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท เติบโตตามการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลต่างๆ
นายนันทิวัตกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องแนวคิดการจัดเก็บภาษีน้ำตาลว่า ทางสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยยังอยู่ในขั้นตอนหารือกับกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้ข้อสรุป หากมีการจัดเก็บทางผู้ประกอบการก็ต้องจ่ายภาษีเลย ส่วนจะปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำอัดลมทันทีหรือไม่นั้นขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น สภาพการแข่งขันในตลาด ขณะเดียวกันน้ำอัดลมอยู่ในหมวดสินค้าที่กรมการค้าภายในดูแลอยู่

